ในการศึกษาครั้งนี้ สถาบันดำเนินการในกลุ่มผู้ปกครองและเด็ก

ออทิสติกอายุ 6-18 ปี จำนวน 10 คู่ โดยใช้แนวคิดพลังความคิดเชิงบวก ซึ่งสามารถชักนำให้เกิดสิ่งดีๆ ตามได้ โดยการใช้ข้อความที่สร้างพลังใจ พฤติกรรมดีๆ หรือสิ่งที่อยากให้ลูกทำได้ สั้นๆ ชัดเจน เข้าใจได้ง่าย และให้ผู้ปกครองนำไปใช้กระซิบที่ หูซ้ายของเด็ก หลังเด็กหลับแล้วประมาณ 20 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กอยู่ในภวังค์ครึ่งหลับครึ่งตื่น คลื่นสมองของเด็กจะสงบ

สมองสามารถรับรู้สิ่งที่ได้ยินได้ดี การกระซิบที่หูซ้ายจะเป็นการกระตุ้นให้สมองซีกขวาซึ่งทำงานเกี่ยวกับการแสดงออกพฤติกรรมและอารมณ์ได้รับรู้ ใช้เวลากระซิบนาน 1 นาที และใช้ข้อความเดิมซ้ำๆ กระซิบทุกวันต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน จากการเปรียบเทียบกับช่วงก่อนทำการกระซิบ พบว่าพฤติกรรมก้าวร้าวและต่อต้านการฝึกของเด็กลดลงทุกคน ร้อยละ 12-67 ส่วนผู้ปกครองทุกคน พอใจกับพฤติกรรมของลูก มีค่าคะแนนความสุขเพิ่มขึ้น ร้อยละ 17-53

วันที่ 23 เม.ย. นายสมบัติ ปานนที อายุ 52 ปี เจ้าของสวนทุเรียน ม.3 ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ได้เปิดเผย ถึงกรณีที่ แจ๊ก หม่า เจ้าของอาลีบาบา กรุ๊ป สามารถขายทุเรียนได้ 80,000 ลูก ภายใน 1 นาที จนเป็นที่ฮือฮา นายสมบัติเปิดเผยว่า สำหรับชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ จ.ระยอง ไม่ได้ประโยชน์จากปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะช่วงที่ผ่านมา ผลผลิตทุเรียนมีน้อยกว่าความต้องการอยู่แล้ว จึงมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไปก่อน และบางรายก็จะจำหน่ายเองในพื้นที่ รวมถึงการเปิดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในพื้นที่ จึงทำให้ผลผลิตไม่พอขาย แต่เชื่อว่าในอนาคตจะส่งผลดีในเรื่องราคาที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะความต้องการที่มากขึ้น

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ เกิดมณี อายุ 40 ปี เจ้าของสวนทุเรียนอีกแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากที่แจ๊ก หม่า สร้างปรากฎการณ์ ขายทุเรียนทางออนไลน์ ก็เริ่มมีพ่อค้าคนกลางชาวจีนเดินทางเข้ามาติดต่อซื้อทุเรียนถึงสวน แต่ทางชาวสวนในพื้นที่ต่างก็ไม่มีผลผลิตให้ เพราะมีการสั่งจองจากคู่ค้ารายเดิมไปแล้ว และในปีนี้ผลผลิตมีน้อย จึงทำให้ราคาดีกว่าปีก่อน แต่ก็ยังเชื่อว่าจะมีการแข่งขันการซื้อของพ่อค้าคนกลางอย่างดุเดือดแน่ และราคาทุเรียนในอนาคตมีแนวโน้มดีขึ้นแน่นอน ส่วนจะถึงมือของชาวสวนตัวจริงหรือไม่ต้องรอพิสูจน์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับสวนทุเรียนในพื้นที่ จ.ระยอง เริ่มขยับขยายมาขายผ่านออนไลน์ด้วยตัวเอง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีในยอดการสั่งซื้อ รวมถึงราคาที่ดีกว่า แต่ส่วนใหญ่จะคัดเฉพาะทุเรียนเกรดดี นำขึ้นไปขาย ซึ่งก็มียอดสั่งซื้อจำนวนมากเช่นกัน

นายฐิติ ลุจินตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด หรือ ข้าวตราฉัตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาข้าวถุงหอมมะลิใหม่ในประเทศ ขนาด 5 กิโลรัม (ก.ก.) มีราคาสูงถึง 250 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากเดิมช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวปลายปีที่ผ่านมาถุงละ 210 บาท ผลมาจากปริมาณข้าวหอมมะลิปีเพาะปลูก 2559/60 ออกสู่ตลาดน้อยโดยภาครัฐระบุปริมาณหอมมะลิหายจากตลาดประมาณ 8-9% แต่โรงสีระบุว่าปริมาณข้าวหอมมะลิลดลง 20% ขณะที่ผู้ส่งออกระบุว่าหายไปกว่า 40% จากผลผลิตปกติ 8-9 ล้านตัน เนื่องจากพายุเซินกา ทำให้น้ำท่วมภาคพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิของไทยเสียหาย

ทั้งนี้ จากผลผลิตข้าวหอมมะลิที่หายจากตลาดโลกส่งผลให้ราคาข้าวหอมมะลิสูงขึ้นเป็นตันละ 1,200 ดอลลาร์ จากต้นฤดูกาลผลิตที่ขายได้ตันละ 900 ดอลลาร์ เท่ากับปีการผลิต 2549/51 ที่เกิดวิกฤตความมั่นคงด้านอาหาร ขณะที่ราคาข้าวในประเทศปรับตัวสูงขึ้นถึง ตันละ 17,000 บาท สูงกว่าต้นฤดูการผลิตที่มีราคาตันละ 11,000 บาท และดันราคาข้าวขาว 5% เพิ่มขึ้นในขณะนี้เป็น ตันละ 8,000 บาท จากปกติ 6,500-7,000 บาทต่อตัน ยกเว้นราคาข้าวนึ่งที่ทรงๆ ตัวอยู่ที่ 400 ดอลลาร์ ลดลงจากเดิม 420-430 ดอลลาร์

“อิหร่านที่กินข้าวบาสมาติ ก็หันกลับมากินหอมมะลิของไทย เพราะบาสมาติราคาสูงมากต่างกันถึง 100 ดอลลาร์ จากเดิมช่วงห่างไม่มากนัก ทำให้ความต้องการข้าวหอมมะลิในตลาดโลกสูงขึ้นทั้งจากผลผลิตหายไปจากตลาด และบาทแข็งค่าทำให้ราคาข้าวไทยสูงขึ้น แต่ด้วยคุณภาพที่ขายตลาดบนอยู่แล้วทำให้ไม่มีปัญหาในการเสนอขาย อีกทั้งไทยไม่มีปัญหาเรื่องสต็อกข้าว และรัฐบาลยังขายข้าวจีทูจี กับ อินโดนีเซีย บังคลาเทศ ศรีลังกา และฟิลิปปินส์ ได้อีก จึงดันราคาข้าวไทยให้สูงขึ้นได้ในขณะนี้ ปีนี้ราคาข้าวดีขึ้นแน่นอนเพราะมีออร์เดอร์ต่อเนื่อง ขาดอยู่อย่างเดียวคือปัจจัยเงินบาทแข็ง ส่วนคู่แข่งอย่างเวียดนามก็ไม่รุนแรง เพราะคุณภาพข้าวต่างกันมาก โดยตลาดยังเป็นกลุ่มเดิมที่ดีมานด์เพิ่ม เช่น ตะวันออกกลาง อิหร่าน แอฟริกา”

นายฐิติ กล่าวว่า ราคาข้าวหอมมะลิคาดว่าจะดีดตัวสูงขึ้นจนถึงเดือนก.ค.-ส.ค.นี้ หลังจากนั้นคาดว่าผู้ประกอบการจะชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอข้าวในฤดูกาลใหม่ที่จะออกสู่ตลาดในเดือนช่วงพ.ย.-ธ.ค. ซึ่งยังไม่สามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาในปีการผลิตใหม่ได้ โดยต้องรอดูพื้นที่เพาะปลูกที่คาดว่าเกษตรกรจะเริ่มเตรียมแปลงในเดือนพ.ค.นี้ เป็นต้นไป แต่จากราคาข้าวหอมมะลิที่ปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวจะส่งผลให้ชาวนาขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น แทนการปลูกข้าวเหนียวที่ราคาปีนี้ไม่ดีนัก หากปลูกมากและผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในปี 2560/61 ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับลดลง ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยลบอื่นๆ โดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้

สำหรับข้าวตราฉัตรมีส่วนแบ่งการตลาดข้าวถุงในประเทศประมาณ 30% เป็นอันดับ 1 โดยรับซื้อข้าวจากชาวนาที่ร่วมโครงการส่งเสริมข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 1.8 แสนตันข้าวเปลือกชื้น หรือ 8 หมื่นตันข้าวสาร ซึ่งยังไม่เพียงพอ ตลาดยังมีความต้องการ 4 แสนตัน ปัจจุบันจึงกว้านซื้อทุกช่องทางเพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย 1 ล้านตัน มูลค่า เพิ่มขึ้นจากปี ที่ผ่านมาที่มียอดขาย 9 แสนตัน 1.4 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% แบ่งเป็นการส่งออก 8 แสนตัน เป็นอันดับ 4 ของการส่งออกทั้งประเทศ โดยข้าวหอมมะลิส่งออกประมาณ 2.5 แสนตันต่อปี และในประเทศ 2 แสนตัน ปี 2561 ตั้งเป้ายอดขายทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 15% แนวโน้มคาดว่าจะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากไตรมาสแรกยอดทะลุไปแล้ว 25% โดยข้าวถุงจะขายได้ 10 ล้านถุง เพิ่มขึ้นกว่า 20%

คนไทยหวั่นกินทุเรียนแพง หลังเกิดปรากฎการณ์ลูกค้า “อาลีบาบา” ช็อปทุเรียน ถล่ม 2 วัน 6 หมื่นคำสั่งซื้อ ‘สนธิรัตน์’ แจง ออร์เดอร์Tmall.com ยังน้อยหากเทียบกับผลผลิตในประเทศ – เปิดลงทุนโลจิสติกส์ไม่ขัด พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจต่างด้าวฯ เตรียมเดินหน้าหารือแพลตฟอร์มระดับโลก “อีเบย์-อเมซอน” ต่อยอดค้าออนไลน์

สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อ “นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ผลสำเร็จการเปิดช่องทางการค้าออนไลน์ Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall.com ซึ่งมีลูกค้า 650 ล้านคนจากทั่วโลกว่า แค่เพียง 2 วันแรกที่เริ่มเปิดตัวมีคำสั่งซื้อทุเรียน 60,722 คำสั่งซื้อ มูลค่า 60 ล้านบาทไทย และมีคำสั่งซื้อข้าวอีก 10 คำสั่งซื้อ ไทยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวให้ได้อีก 1 เท่าตัวใน 1 ปี ก่อนจะขยายความร่วมมือไปสู่สินค้าเกษตรอื่นๆ ต่อไป

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสที่สังคมให้ความสนใจและมีความเป็นกังวลว่าทุเรียนจะมีราคาเพิ่มขึ้น จะเป็นการเปิดช่องให้สินค้าจีนเข้ามา ปิดกันผู้ประกอบการไทย ล้งทุเรียนได้ประโยชน์หรือแม้กระทบผลกระทบจากระบบลอจิสติกส์ที่อาลีบาบาจะเข้ามา กระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงแล้วว่า การที่ทุเรียนจะปรับราคาขึ้นเป็นเรื่องดีสำหรับทุเรียนที่ได้คุณภาพและเป็นสินค้าเกรดเอ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคา และทำให้เกษตรกรหันมาให้ความสนใจในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น ซึ่งในปัจจุบันทุเรียนมีหลายเกรด หลายราคา

“ปริมาณที่อาลีบาบา ได้คำสั่งซื้อเมื่อเทียบปริมาณผลผลิตและการส่งออกทุเรียนนั้นยังห่างกันมาก ซึ่งคำสั่งซื้อที่ผ่าน Tmall.com เพียง 350 ตัน ซึ่งต่างจากปริมาณการส่งออกจริงต่อปีอยู่ที่ 5-6 แสนตัน ขณะที่ปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะออกในปีนี้อยู่ที่ 7.5 แสนตัน ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากังวลแต่อย่างไรว่าจะทุเรียนจะแพง”

ทั้งนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2561 กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะจัดเจรจาธุรกิจการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าจีนในสินค้าทุเรียนและข้าว ภายใต้กิจกรรมที่ได้ร่วมมือกับ Tmall.com ในการเปิดช้อปขายสินค้าข้าวไทยใน Tmall.com ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อเปิดโอกาสให้ได้ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าได้เจรจาธุรกิจการค้าระหว่างกัน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศก็จะคัดเลือกผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาเปิดเจรจาซื้อขายกัน

นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงประเด็นที่อาลีบาบาจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ และศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเพื่อการส่งออก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อโลจิสติกส์ไทย และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 นั้น ตามหลักการได้มีการยกเว้นให้เฉพาะที่ได้รับอนุญาตประกอบได้ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเท่านั้น และไม่เป็นการจำกัดการแข่งขันธุรกิจคนไทยยังคงสามารถดำเนินการได้

“อาลีบาบาเข้ามาลงทุนระบบโลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้าเพื่อส่งต่อไปให้กับผู้บริโภคในประเทศจีน ทั้งได้เข้ามาอบรมให้ความรู้กับบุคคลากรไทยในด้านนี้อีกด้วย ถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้ธุรกิจลอจิสติกส์ไทยได้รับการพัฒนาปรับปรถุงให้มีคุณภาพที่ดีต่อไป ”

พร้อมกันนี้ นายสนธิรัตน์ เตรียมจับมือร่วมกับแพลตฟอร์มระดับโลก ทั้งอเมซอน อีเบย์ ตลาดสหรัฐ แพลตฟอร์มในตลาดแอฟริกา เอเชียด้วยซึ่งเป็นการประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซรูปแบบการค้า การส่งออกรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำเช่นเดียวกันกับอาลีบาบา เพื่อรุกตลาดจีนในการทำการค้า การส่งออกและเป็นการเปิดโอกาสการค้าให้เอสเอ็มอี พร้อมกันนี้ จะผลักดันให้เว็บไซต์ไทยเทรดดอทคอม กลายเป็นเว็บไซต์ของประเทศระดับโลกที่จะช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการในการส่งออก ทำการค้าให้ได้เพื่อเป็นช่องกานหนึ่งให้กับผู้ประกอบการ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2561 โดย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์สัตว์พืช เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานฯ ได้พิจารณาเห็นชอบการประกาศจัดตั้งอุทยานฯ 7 แห่ง หลังมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อที่ และแนวเขตอุทยานแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต จ.ลำปาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง–น้ำพุเจ็ดสี จ.เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ จ.ตาก อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว จ.พิษณุโลก อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี จ.สงขลา อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จ.นราธิวาส และอุทยานแห่งชาตินายูง–น้ำโสม จ.อุดรธานี โดยจากนี้ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ได้เร่งรัดให้เสนอเรื่องต่อ ครม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ด้าน นายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ. สำนักอุทยานฯ กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้แจ้งต่อที่ประชุมทราบว่าปัจจุบัน มีพื้นที่เตรียมการประกาศจัดตั้งอุทยานฯ รวม 23 แห่ง เนื้อที่ประมาณ 4,512,831 ไร่ โดยอยู่ในลำดับขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้

อยู่ระหว่างการตรวจร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากได้รับหนังสือให้แจ้งยืนยันร่าง พ.ร.ฎ. จะจัดส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าเพื่อลงพระปรมาภิไธยต่อไป จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จ.ลำปาง
2. ครม. ให้ความเห็นชอบและอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่งแล้วดำเนินการต่อไปได้ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติดอยจง จ.ลำปาง อุทยานแห่งชาตินันทบุรี จ.น่าน อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-หมู่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

3. อยู่ระหว่างเสนอร่าง พ.ร.ฎ. ให้ ครม. เห็นชอบและอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแม่โถ จ.เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติขนอมหมู่เกาะทะเลใต้ จ.นครศรีธรรมราช อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จ.ประจวบคีรีขันธ์

4. อยู่ระหว่างจัดทำร่าง พ.ร.ฎ. เพื่อเสนอกระทรวงทรัพยากรฯ พิจารณาเสนอ ครม. จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติไม้กลายเป็นหิน จ.ตาก

คณะกรรมการอุทยานฯ ได้มีมติอนุมัติเห็นชอบในวันนี้และเตรียมเสนอต่อ ครม. ต่อไป จำนวน 7 แห่งดังกล่าว และ

6. อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติร่วมกับชุมชนในพื้นที่ จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง จ.นราธิวาส อุทยานแห่งชาติภูผายา จ.อุดรธานี อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา จ.เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติออบขาน จ.เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติแม่เงา จ.แม่ฮ่องสอน และอุทยานแห่งชาติแม่ยวม ฝั่งซ้าย (แม่สะเรียง) จ.แม่ฮ่องสอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานฯ ยังได้เห็นชอบตามที่กรมชลประทานขอใช้พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง โดยขอเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จำนวน 81 ไร่ เพื่อก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว จ.ตราด ซึ่งกรมชลประทานได้นำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอุทยานฯ ไปปรับปรุงแก้ไขโครงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวเรียบร้อยแล้ว โดยภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จให้กรมชลประทานมอบพื้นที่ ยกเว้นบริเวณหัวงานและส่วนที่จำเป็นอื่นๆ ที่กรมชลประทานจำเป็นต้องดูแล รักษาและบริหารจัดการน้ำคืนให้กรมอุทยานฯ เพื่อกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ และขอให้กรมชลประทาน พิจารณาปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวให้เหมาะสมสอดคล้องกับการจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศก่อนส่งคืนด้วย

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจับมือ ธ.ก.ส. ปล่อยแคมเปญสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ดันยอดผลิต ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ ผ่านสถาบันเกษตรกร หวังลดต้นทุนให้เกษตรกรพร้อมแก้วิกฤตธาตุอาหารในดินต่ำ ส่งผลต่อผลผลิตและคุณภาพที่ลดลง

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบการผลิตปุ๋ยสั่งตัด ของสหกรณ์การเกษตรเมืองสุพรรณบุรี ณ โรงสีข้าวสหกรณ์การเกษตรเมืองสุพรรณบุรี จำกัด ต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณ จ.สุพรรณบุรี ว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการส่งเสริมให้ความรู้และสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตและใช้ปุ๋ยสูตรที่มีธาตุอาหารพืชเหมาะสมตามค่าการวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชที่มีอยู่ในดินในแต่ละพื้นที่ หรือที่เรียกว่า “ปุ๋ยสั่งตัด” ช่วยให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยถูกชนิดและถูกปริมาณ ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยจึงสูงขึ้น สามารถลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้

โดยปัจจุบันมีสถาบันเกษตรกรที่สามารถผลิตและดำเนินการจัดทำปุ๋ยสั่งตัดเพื่อบริการให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปได้ ประมาณ 100 แห่ง มีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ 20,000 ตัน ต่อปี แต่ยังมีหลายสถาบันเกษตรกรที่ยังมีความต้องการผลิต และจำหน่ายปุ๋ยสั่งตัดให้กับสมาชิกอีกมาก ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเงินทุนในการลงทุนจัดซื้อแม่ปุ๋ย เครื่องจักร และวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ จึงยังไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตปุ๋ยสั่งตัดให้มากขึ้นได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เกิดแนวคิดที่จะสนับสนุนผลักดันกลไกปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกรขึ้น เพื่อตอบโจทย์ให้กับสถาบันเกษตรกรนั้นสามารถผลิตปุ๋ยสั่งตัดจำหน่ายให้กับสมาชิกในราคาถูกได้

ดังนั้น ในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการทำแคมเปญสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 4 เพื่อสนับสนุนการลดต้นทุนผลิตให้แก่เกษตรกร โดยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยสั่งตัดให้กับสถาบันเกษตรกรต่างๆ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยสั่งตัดให้แก่สมาชิกของสถาบันเกษตรกรและเกษตรกรทั่วไปได้

รวมไปถึงแคมเปญสินเชื่อบุคคลเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตดอกเบี้ยต่ำ ในอัตรา ร้อยละ 2 สำหรับเกษตรกรลูกหนี้ ธ.ก.ส. หรือเกษตรกรทั่วไป หรือเกษตรกรผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐที่ ธ.ก.ส. รับขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. เพื่อนำมาใช้จ่ายในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต ได้แก่ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เมล็ดพันธุ์ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องจักรกลหรือเครื่องมือการเกษตรขนาดเล็ก และปัจจัยอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องพ่นยา เครื่องหว่านเมล็ดพันธุ์ เครื่องหว่านปุ๋ย เครื่องตัดหญ้า ผ่านร้านค้าปัจจัยการผลิตที่เข้าร่วมโครงการ เช่น ร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตของสหกรณ์การเกษตร ร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่ขึ้นทะเบียนไว้กับโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรของ ธ.ก.ส. และร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตคุณภาพประชารัฐ หรือ ร้าน Q-Shop ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตร

ซึ่งหากดำเนินการได้จะสามารถตอบสนองต่อการลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรได้มีความสามารถในการประกอบการผลิตได้เป็นเป็นอย่างดี สร้างกำไรจากอาชีพเกษตรกรรมได้ อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสถาบันเกษตรกร และตัวเกษตรกรได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม จะรวบรวมข้อมูล รายละเอียดเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาก่อนเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร็วต่อไป

สำหรับสหกรณ์การเกษตรเมืองสุพรรณบุรี จำกัด ได้มีการรวมตัวกันของ 8 สหกรณ์ ดำเนินการผลิตปุ๋ยสั่งตัดมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2560 ผลิตปุ๋ยสั่งตัดให้แก่สมาชิกไปแล้ว 6,951 กระสอบ คิดเป็นมูลค่า 3,910,640 บาท เปรียบเทียบกับราคาปุ๋ยในท้องตลาดจะสามารถลดต้นทุนการผลิตให้แก่สมาชิกประมาณ 357,425 บาท ผลิตปุ๋ยผสม จำนวน 4 สูตร และได้ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรและได้การรับรองมาตรฐาน สามารถผลิตปุ๋ยสั่งตัดได้ 400 ตัน ต่อปี

“การสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกรนี้ เป็นการสนับสนุนกลไกการดำเนินงานในด้านการผลิตปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและประหยัดให้กับสถาบันเกษตรกร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร โดยทำการผลิตปุ๋ยสั่งตัดได้ตรงตามความเหมาะสมกับชนิดพืชและดินในพื้นที่ของตนเอง พร้อมทั้งนำมาจำหน่ายให้กับสมาชิกรวมถึงเกษตกรทั่วไป นอกจากจะสนับสนุนเรื่องการลดต้นทุนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการทำธุรกิจทางเลือกใหม่ๆ ให้กับสถาบันเกษตรกร โดยใช้กลไกสหกรณ์ให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนการผลิตปุ๋ยสั่งตัดนี้จะสามารถทำให้เกษตรกรประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ กระสอบละ 100-300 บาท หรือ 1,000-2,000 บาท ต่อตัน” รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 9/2561 พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อม วิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้ง และวิเคราะห์การบริหารจัดการให้เหมาะสมกับช่วงเวลา ณ ห้องประชุมดงตาล ชั้น 4 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ

จากการคาดการณ์ล่วงหน้าจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วง วันที่ 25-27 เมษายนนี้ จะเกิดพายุฤดูร้อน โดยจะส่งผลให้ภาคอีสานตอนบนและภาคเหนือตอนล่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นลดปัญหาภัยแล้งได้ แต่ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ปกติสามารถระบายน้ำเพื่อการเกษตรได้ตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้สำนักชลประทานที่ 1-17 รักษาระดับเก็บกักน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนเข้าฤดูฝน พร้อมทั้งติดตามสภาพอากาศสภาพภูมิประเทศ และมั่นตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือเครื่องจักร ตลอดจนความสมบูรณ์ของเขื่อนและประตูระบายน้ำ เพื่อพร้อมรองรับปริมาณน้ำที่อาจจะเพิ่มขึ้นในฤดูฝน

“สังข์หยดเมืองลุง” พุ่ง 25,000 บาท/ตัน จีน ราคา 200 บาท/กก. พัทลุงได้รับการรับรอง จีไอ. จากสหภาพยุโรปกว่า 10 ราย ปี’62 ขยายให้ได้ 50 ราย บาท/กก. นายกโรงสีข้าวและชาวนาภาคใต้ ระบุโรงสีครวญ กำลังการผลิต โรงสีข้าวล้นเกือบเท่าตัว สาเหตุนาข้าวหาย แห่ขายนา และชาวนาเองหันไปปลูกปาล์มน้ำมัน ชี้ ปี’61 ราคาข้าวดีที่สุด หลังจากเลิกโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมา ข้าวเปลือกทะลุ 7,200 บาท/ตัน

นายนัด อ่อนแก้ว กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตและค้าข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าราคาข้าวสังข์หยด ขนาดความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ มีราคาสูงถึง 20,000 บาท/ตัน และมีแนวโน้มว่าราคาอาจขึ้นสูงถึง 25,000 บาท/ตัน โดยมีราคาในประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 200 บาท/กก.

มีพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดพัทลุง ประมาณ 15,000 ไร่ ให้ผลิตเฉลี่ย 350 กก./ไร่ คาดการณ์ว่าจะมีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นในฤดูกาลหน้า

ในขณะที่ นายทักษิณ สุดจันทร์ นายกสมาคมโรงสีข้าวและกลุ่มชาวนาภาคใต้ เปิดเผยว่าสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกมีทิศทางดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 7,100-7,200 บาท/ตัน จากเดิมเมื่อปีที่แล้ว ราคาประมาณ 6,000-6,900 บาท/ตัน