ได้ตั้งเป้าที่จะผลักดันให้เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แห่งที่ 2

เพราะกลุ่มเกษตรอินทรีย์นางั่วมีศักยภาพในการผลิตและการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์เป็นอย่างมาก โดยหากเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แล้ว จะช่วยดึงดูดการท่องเที่ยว ดึงคนให้มาเที่ยวชมวิถีชีวิตของเกษตรกร การทำเกษตรกรรม มาเลือกชม เลือกซื้อสินค้า ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและเศรษฐกิจในชุมชนได้เพิ่มขึ้น

สำหรับกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านริมสีม่วง ตั้งอยู่ในตำบลริมสีม่วง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แห่งแรกนั้น สำนักงานฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนในลักษณะฟาร์ม ออแกนิกทัวร์ เพื่อให้คนที่รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มาอยู่อาศัย มากิน มาเรียนรู้ในวิถีอินทรีย์ ซึ่งเดิมมีสมาชิกที่ทำเกษตรอินทรีย์และเข้าร่วมโครงการเพียง 7 ราย พื้นที่ปลูก 79 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิกรวมเป็น 32 ราย พื้นที่ปลูกรวม 293 ไร่

ทั้งนี้ สำนักงานฯ ยังได้สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ บริษัท สังคมสุขภาพ จำกัด (เลมอนฟาร์ม) พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้กับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ เพชบุระ PGS ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านริมสีม่วงและกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านนางั่ว มีศักยภาพในการปลูกผักเมืองหนาว ผลไม้ ข้าว ธัญพืช

เนื่องจากพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตมีคุณภาพดี สามารถส่งเข้าตลาดเลมอนฟาร์ม ท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสีเขียวในท้องถิ่น โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โรงพยาบาลเขาค้อ โดยจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าราคาสินค้าเคมีกว่าหลายเท่าตัว สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เข้าไปช่วยผลักดันการตลาดของเกษตรอินทรีย์รายย่อยให้สามารถค้าขายผ่านตลาดออนไลน์ครอบคลุมทั้งภายในและต่างประเทศได้อย่างครบวงจรด้วย

หนุ่มวิศวกรไฟฟ้าจูงมือภรรยาสาวจบเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาปลูกเมล่อนและทำฟาร์มเกษตร 4.0 เมื่อสำเร็จแล้วจึงต่อยอดมาปลูกแตงโมพันธุ์ช้างแสดและช้างดำในโรงเรือน มีทั้งชนิดเนื้อสีเหลืองและสีแดง เมล็ดกินได้ แถมเป็นยาชูกำลัง ผลตอบรับดีมากจนไม่พอขาย

นายภคิน ไทรงาม อายุ 40 ปี เจ้าของสวนคีพบ๊อกซ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตน ซึ่งจบการศึกษาด้านวิศวกรไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และภรรยา ที่เรียนจบเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีใจรักด้านการเกษตร จึงนำที่ดินเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ที่แต่เดิมคิดว่าจะสร้างคอนโดหรูใจกลางเมืองตรัง มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท มาเป็นแปลงเกษตรแบบผสมผสาน เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มปลูกผักและผลไม้ที่ชอบรับประทานก่อน โดยเฉพาะเมล่อนสายพันธุ์ต่างๆ จนประสบความสำเร็จ ขายได้ตลอดทั้งปี

สำหรับในปีนี้ได้นำเมล็ดพันธุ์แตงโมช้างดำ ซึ่งมีเนื้อเป็นสีแดง และช้างแสดซึ่งมีเนื้อเป็นสีเหลืองมาปลูกไว้ในโรงเรือนกว่า 100 ต้น โดยรุ่นนี้เป็น รุ่นที่ 6 แล้ว ใช้เวลาปลูกประมาณ 60-65 วัน ก็สามารถเก็บขายได้ในราคากิโลกรัมละ 45 บาท ซึ่งแพงกว่าแตงโมทั่วไปถึง 3 เท่า แต่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก จนผลิตไม่พอขายและต้องสั่งจองล่วงหน้าแบบรุ่นต่อรุ่น เพราะปลอดภัยจากการใช้สารเคมี ใช้ระบบน้ำหยดทำให้ประหยัดน้ำ ไม่มีโรคและแมลงรบกวน

“สำหรับแตงโมช้างแสดและช้างดำ มีข้อดีคือ เนื้อละเอียด เมล็ดลีบสามารถกินได้ทั้งเมล็ด แถมยังเป็นยาชูกำลัง บางกรอบ หอมหวานชุ่มคอ ลงมีดแล้วลั่นแตกตามรอยมีด สามารถนำไปทำบิงชู น้ำแตงโมปั่น และทำเมนูอื่นได้ นำออกขายเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่พลาดโอกาสซื้อเป็นลูก ส่วนผักและผลไม้อื่น ๆ ยังคงเก็บขายได้ตลอดทั้งปี ที่เหลือนำมาแปรรูปเป็นไอศกรีม โยเกิรต์ สร้างรายได้รวมกันแล้วกว่า 100,000 บาท ต่อเดือน” นายภคิน กล่าว

นายภคิน กล่าวว่า ล่าสุดมีการนำเมล็ดพันธุ์เมล่อน แตงโมช้างแสดและช้างดำขายให้กับเกษตรกรที่สนใจนำไปปลูก เพื่อสร้างรายได้เสริมในช่วงหน้าแล้งปีนี้ ส่วนเกษตรกรรายใดสนใจสามารถไปศึกษาดูงานได้ฟรีทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ที่ คีพบ๊อกซ์ฟาร์ม หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-958-1181 หรือทางเพจคีพบ๊อกซ์ฟาร์ม จ.ตรัง ก็ได้ ทั้งนี้ ลักษณะเด่นของช้างแสดคือเนื้อกรอบ รสชาติถูกปากลูกค้า ส่วนช้างดำเป็นแตงโมเนื้อสีแดงสามารถกินเมล็ดได้แถมเป็นยาชูกำลัง ลูกค้าสามารถจองผ่านเฟซบุ๊กได้ ซึ่งปลูกในโรงเรือนทำให้ปลอดภัยจากสารเคมี

หนีกรุงไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ชายแดนไทย–เมียนมา จังหวัดตาก กับนักเดินทาง จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร สัมผัสธรรมชาติท่ามกลางวิถีชุมชนสุดสโลว์ไลฟ์ อย่าง ชุมชนบ้านโฮ่ง หมู่บ้านแห่งเกษตรอินทรีย์ ลิ้มรสโรตีโอ่ง ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีมานานกว่า 40 ปี แล้วไปช็อปปิ้งผลิตภัณฑ์สุดเก๋จากใบลาน ณ ชุมชนบ้านปากร้องห้วยจี้

สัมผัสวิถีชุมชนบ้านโฮ่ง ท่องเที่ยวสโลว์ไลฟ์ด้วยจักรยานชมธรรมชาติ วิถีชีวิต เรียนรู้เรื่องราวเกษตรอินทรีย์ ชมโฮมสเตย์สไตล์ Local จากนั้นลิ้มลองรสชาติของโรตีโอ่ง อาหารถิ่นชื่อดังจากภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เปิดมานานกว่า 40 ปี จากนั้นไปสัมผัสกระบวนการผลิตสินค้า OTOP ของชุมชนบ้านปากร้องห้วยจี้ ชมสินค้า Handmade ที่ผลิตจากใบลาน ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์สุดเก๋ไก๋ เป็นหมวก และกระเป๋าให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย

เที่ยวเมืองตาก กับนักเดินทาง จ๊อบ นิธิ สมุทรโคจร สโลว์ไลฟ์ไปกับวิถี Local ในรายการ สมุดโคจร On The Way : เที่ยวเมืองรอง ลองแล้วจะติดใจ EP.3 วันเสาร์ ที่ 9 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 28 (3SD) หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่

สทนช. ชี้พื้นที่นอกเขตชลประทาน 11 จังหวัด 1.5 แสนไร่ เสี่ยงขาดน้ำ เตือนเกษตรกรงดปลูกพืช

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานภาพอากาศ พบปรากฏการณ์เอลนิโญ กำลังอ่อน จะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงเดือน เม.ย. 62 และเข้าสู่สภาวะเป็นกลาง ซึ่งประเมินสภาพอากาศใกล้เคียงปี 2550 ซึ่ง สทนช. ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม วิเคราะห์สภาพอากาศและฝน เพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการป้องกันต่างๆ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน โดยชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในช่วงต้นฤดูแล้ง

พร้อมจัดทำข้อมูลปริมาณน้ำต้นทุนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ แบ่งเป็น การอุปโภค บริโภค ในเขตพื้นที่ให้บริการของการประปา โดยในส่วนการประปานครหลวงมีปริมาณน้ำเพียงพอตลอด ปี’62 ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ต้องหาแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มเพื่อสำรองในฤดูแล้ง เพื่อเตรียมมาตรการรองรับ โดยอาจจะมีการขุดน้ำ การต่อท่อลำเลียงน้ำ เป็นต้น

ส่วนภาคการเกษตร พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร นอกเขตชลประทาน จำนวน 11 จังหวัด 26 อำเภอ 71 ตำบล พื้นที่รวม 151,552 ไร่ ได้แก่
ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม ศรีสะเกษ
ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี
ซึ่งจากติดตามสถานการณ์ พบว่า เกษตรกรได้เข้าร่วมมาตรการเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น จำนวน 61,942 ไร่ ซึ่งสถานการณ์น้ำมีเพียงพอสำหรับการปลูกพืชตามมาตรการ

สำหรับผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2561/62 ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯ ล่าสุดพบว่า การเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 ทั้งประเทศ รวมพื้นที่ 10.46 ล้านไร่ ปัจจุบันมีการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 มากกว่าพื้นที่แผน จำนวน 34 จังหวัด รวมพื้นที่ 1.21 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 1.09 ล้านไร่ และนอกเขต 0.12 ล้านไร่

ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด มีแผนการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 รวมพื้นที่ 7.18 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 5.30 ล้านไร่ และนอกเขต 1.88 ล้านไร่ ผลการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 รวมพื้นที่ 7.37 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 5.85 ล้านไร่ และนอกเขต 1.52 ล้านไร่

ปัจจุบัน มีการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 มากกว่าแผน รวมพื้นที่ 0.55 ล้านไร่ ซึ่งพื้นที่ที่ปลูกเกิน 1.21 ล้านไร่ดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ ได้วางมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้า และคาดว่า จะสามารถจัดสรรน้ำให้ผลผลิตไม่ได้รับผลกระทบได้ อย่างไรก็ตาม สทนช. จะประสานขอความร่วมมือไปยังจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ใช้กลไกกำกับ ควบคุมการใช้น้ำเพื่อการเกษตรให้เป็นไปตามแผนอย่างเคร่งครัด และเร่งทำความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำต่อเกษตรกรในพื้นที่ด้วย

สทนช. ได้บูรณาการระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม ดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง 2561/62 อาทิ แจ้งเตือนเกษตรกรงดการปลูกพืชฤดูแล้งและพืชต่อเนื่องโดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ติดตามเฝ้าระวังพื้นที่ในเขตชลประทานและลำน้ำสายหลักตลอดจนพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ เพื่อแจ้งข้อมูลให้ทางจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทราบและเตรียมการป้องกัน

อีกทั้งมีการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์เครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ พื้นที่ในและนอกเขตชลประทาน ตลอดจนสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ตามคำร้องขอและเตรียมความพร้อมเข้าสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูฝน ปี 2562 รวมถึงมาตรการเผชิญเหตุ ให้หน่วยงานพิจารณาใช้น้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอันดับแรก และสนับสนุนรถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อบรรเทาความรุนแรง

วันที่ 8 มีนาคม 62 นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ตนเองได้ลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ มาแล้ว 1 ครั้ง และได้พบกับชาวนาบางคน ที่ปลูกข้าวสายพันธุ์หอมพวง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีกระแสข่าวว่า กรมการข้าว มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังโรงสีข้าว ให้กดราคารับซื้อ อ้างว่าเป็นสายพันธุ์ข้าวต่างถิ่น ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย

โดยชาวนาอ้างว่า มีกลุ่มบุคคลเข้ามาแนะให้เพาะปลูกเป็นปีที่ 2 แล้ว และรับซื้อคืนทั้งหมด ในราคาสูงกว่า 8,000 บาท/ตัน ถือว่าดีกว่าราคาข้าว กข หรือข้าวนาปรังทั่วไปที่ได้กว่า 6,000 บาท/ตัน ข้อเด่นคือระยะเพาะปลูกเพียงแค่ 90 วัน แต่หากเป็นข้าวสายพันธุ์ กข ระยะเพาะปลูก 120 วัน ซึ่งชาวนาที่เพาะปลูกยืนยันว่า ข้าวหอมพวง ก็คือ ข้าวหอมมะลิเวียดนาม หรือ จัสมิน 85

ทั้งนี้ สมาคมขอทำความเข้าใจว่า หากกรมการข้าวไม่ต้องการให้มีการเพาะปลูกข้าวหอมพวง จะต้องมีการแนะนำส่งเสริมหรือพัฒนาข้าวสายพันธุ์ไทย ให้เทียบเท่ากับข้าวหอมพวง ทั้งระยะเวลาเพาะปลูก จำนวนผลผลิตต่อไร่ และความทนต่อโรค ด้วยชาวนาส่วนใหญ่มองว่า จะเป็นข้าวสายพันธุ์อะไรก็ได้ เพราะคือข้าวเปลือก ซึ่งชาวนาจะนิยมเพาะปลูกข้าวพันธุ์ที่ปลูกง่าย ทนต่อโรค ราคาดี ตลาดแย่งกันรับซื้อ

อย่างไรก็ตาม สมาคมจะลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ อีกครั้งในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ไปพบตัวแทนชาวนา กลุ่มโรงสี หน่วยงานกรมการข้าว ในการหาข้อสรุปและกำหนดทิศทางร่วมกัน เพื่อให้ชาวนาได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ถูกจำกัดสิทธิจนเกินไป

อาชีพเกษตรกรรมยุคนี้ ไม่มีอะไรร้อนแรงเท่าการทำสวนทุเรียน

2-3 ปี มานี้ ต่างชาติโดยเฉพาะจีน นำเข้าทุเรียนจากไทย ทำให้ผลผลิตในประเทศมีบริโภคน้อยลง ราคาที่เกษตรกรขายได้จากสวนจึงสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

เดิมทีมีความเข้าใจว่าทุเรียนปลูกได้ดีเฉพาะแห่ง เช่น ภาคใต้ ภาคกลางบางจังหวัด รวมทั้งภาคตะวันออก แต่เนื่องจากการสื่อสารทันสมัย เทคโนโลยีก้าวหน้า ทุเรียนได้กระจายไปหลายๆ จังหวัด

เมื่อก่อนอาจจะมีคำถามว่า “จังหวัดไหนปลูกทุเรียนได้บ้าง” แต่ทุกวันนี้ คำถาม อาจจะเปลี่ยนเป็น “จังหวัดไหนไม่ปลูกทุเรียนบ้าง”

อีสานที่ว่าแล้งปลูกทุเรียนได้ดีที่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา จังหวัดอื่นๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะปลูกได้ แต่ก็ปลูกมีผลผลิต เช่น สุรินทร์ กาฬสินธุ์ เลย เหมาซานหวาง ทุเรียนมาแรง

ทุเรียนยอดฮิต ที่นิยมปลูกกันในบ้านเรา เห็นจะได้แก่ หมอนทอง อื่นๆ มี ชะนี ก้านยาว กระดุม พวงมณีราว 3-4 ปี มานี้ วงการทุเรียนฮือฮามาก เพราะมีทุเรียนเชื้อชาติมาเลเซีย ปลูกได้ดีแถบอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทางมาเลเซียเขาปลูกแล้วส่งผลผลิตไปจีนขายได้ราคาสูงมาก ทุเรียนของมาเลเซีย ถูกนำมาปลูกที่จันทบุรี ได้ผลดีเช่นกัน

ทุเรียนที่ว่าคือ พันธุ์เหมาซานหวาง ซึ่งเคยเผยแพร่ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปบ้างแล้ว 1-2 ครั้ง ทุเรียนพันธุ์นี้มีหลายชื่อ นอกจาก เหมาซานหวาง แล้ว ยังเรียกชื่ออื่นๆ อีกคือ เหมาซานหว่อง มูซังคิง ภาษาอังกฤษเรียก โกลด์เด้นคิง

คุณอนวัช สะเดาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์เด้นคิงแพลนท์ จำกัด ผู้ผลิตต้นกล้าทุเรียนเหมาซานหวาง ได้ให้ข้อมูล ซึ่งเป็นลักษณะประจำพันธุ์ของทุเรียนเหมาซานหวาง มาเพื่อเผยแพร่ดังนี้

– ก้นผลมีรูปดาวสีน้ำตาลชัดเจน – ต้นแข็งแรง ต้านทานโรค เนื่องจากเป็นสายพันธุ์จากทุเรียนป่า

“เปรียบเทียบกับทุเรียนหมอนทอง เหมาซานหวางลูกเล็กกว่า แต่อร่อยกว่าหมอนทอง พวงมณี รวมทั้งก้านยาว ออกดอกพร้อมกับหมอนทอง แต่เก็บเกี่ยวเร็วกว่า 1 เดือน ราคาที่ซื้อขายอยู่สูงกว่าหมอนทองมาก ปี 2561 เราผลิตและจำหน่ายกิ่งพันธุ์ 1 แสนต้น ปี 2562 มีเป้าหมาย 2 แสนต้น” คุณอนวัช บอก

ปลูกแบบแปลงลูกฟูกยาว

ระบบปลูกทุเรียนที่จังหวัดนนทบุรี ปลูกแบบร่องสวน

ส่วนภาคตะวันออก ดั้งเดิมปลูกเสมอกับพื้นดินเดิม หลังๆ ยกโคกปลูกเฉพาะต้นนั้น อย่างพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 25 ต้น ก็ยกโคกขึ้น 25 โคก

การยกโคกปลูก มีข้อดีคือ โคนต้นชื้นพอดี ลดการเกิดโรครากและโคนเน่า ช่วยให้ดินแห้งสามารถเตรียมตัวเพื่อการออกดอกได้ง่าย เมื่อมีผลผลิตสามารถปรับปรุงคุณภาพผลผลิตได้ไม่ยาก โดยช่วงเก็บเกี่ยวหากลดการให้น้ำ คุณภาพเนื้อทุเรียนก็จะดี

การยกโคกปลูกที่ช่วยได้มากจริงๆ คือ ลดการเกิดโรครากและโคนเน่า โรคนี้ทำให้ทุเรียนตายมาอย่างต่อเนื่อง เป็นโรคที่ชาวสวนกลัวที่สุด การตายจากโรคนี้ เป็นเรื่องปกติที่ชาวสวนต้องเจอ ซึ่งมีตายทุกปีและปลูกเพิ่มเสริมเข้าไปทุกปี

เป็นที่น่าสังเกตว่า การยกโคกปลูก ต้นโตเร็ว เมื่อก่อนปลูก 5-6 ปี จึงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ทุกวันนี้ 4 ปี ก็ให้ผลผลิตได้ รวมทั้งปลูกถี่ขึ้น ได้จำนวนต้นต่อไร่มากขึ้น การปลูกทุเรียนแบบแปลงลูกฟูกยาว ทางคุณอนุวัชแนะนำให้ลูกค้าที่มาซื้อต้นพันธุ์ไปปลูก เมื่อมีการทำตามปรากฏว่าได้ผลดี

แปลงลูกฟูกยาว เป็นอย่างไร ขอให้หลับตานึกถึงแปลงผัก แต่สูงกว่า คือความสูงอยู่ที่ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ความสูงได้จากการใช้รถขุดทำแปลงให้ ดินที่ทำเป็นแปลงได้จากการขุดดินในแปลง เกษตรกรบางรายซื้อดินจากที่อื่นมาทำแปลง

แล้วแปลงห่างกันเท่าไร ตอบว่า ขึ้นอยู่กับระยะปลูก ซึ่งมีคำแนะนำว่า ระยะ 6 คูณ 8 เมตร (ได้รับความนิยม) พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 33 ต้น ระยะนี้มีความเหมาะสม

ความสูงของแปลง อยู่ที่ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร อย่างที่แนะนำไปแล้ว

แปลงกว้าง 4 เมตร (ยื่นออกข้างละ 2 เมตร ปลูกทุเรียนตรงกลาง) ตรงกลางแปลง (ระหว่างแปลง) กว้าง 4 เมตร เมื่อวัดระหว่างต้นที่ปลูก 8 เมตร

การยกโคกปลูกว่ามีข้อดีแล้ว แต่การปลูกแบบแปลงลูกฟูกยาว คุณอนวัช บอกว่า มีข้อดีเพิ่มขึ้น

“หนึ่ง. วางสปริงเกลอร์ได้ง่าย สอง. รากทุเรียนไม่กระทบกระเทือนช่วงปฏิบัติงาน สาม. กำจัดวัชพืชง่าย สี่. นำเครื่องจักรเข้าทำงานง่าย และ ห้า. ต้นโตเร็วมาก …เป็นข้อดีเพิ่มเติม จากการปลูกแบบยกโคก ตรงนี้เหมือนยกโคกยาวติดต่อกันนั่นเอง ต้นทุนไม่รวมที่ดิน ไร่ละ 1.5 หมื่นบาท รวมต้นพันธุ์แล้ว” คุณอนวัช บอก

งานปลูกแบบยกพื้นสูงหรือแบบยกโคกสูง รวมทั้งทำแปลงยาว ทุกวันนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก

พื้นที่ปลูกลาดเอียงในเขตภูเขา อาจจะไม่จำเป็นต้องยกสูงขึ้น แต่พื้นที่ราบมีความจำเป็น อาจจะมีข้อสงสัยว่า มีปลูกทุเรียนมาช้านาน โดยเฉพาะภาคตะวันออก ปลูกมาเกือบ 100 ปี ทำไมเพิ่งมาทำ เมื่อก่อนทุเรียนปลูกและดูแลรักษาง่าย เพราะฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล แต่ทุกวันนี้ บางปีเดือนมกราคมฝนตกหนัก หรือมีลมพัดแรงใบร่วง เรื่องโรครากและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อไฟทอปทอร่า เมื่อก่อนพบน้อยหรือแทบไม่มี แต่ทุกวันนี้ระบาดหนัก แนวทางการยกพื้นสูง ยกโคก ทำแปลงสูงและยาวจึงมีความจำเป็น สิ่งที่ทำมีความชัดเจน มีข้อเปรียบเทียบให้เห็นว่าได้ผลจริง

อยากทราบข้อมูลวิธีเพิ่มเติม หรือซื้อหากิ่งพันธุ์ทุเรียนเหมาซานหวาง สอบถามได้ที่ คุณอนวัช สะเดาทอง โทรศัพท์ 081-857-0811 หรือทีมงานที่จันทบุรี 084-946-8042 ท่านที่อยู่ทางใต้ ติดต่อได้ที่เบอร์ 082-169-2329 และ 081-946-9373 (จังหวัดชุมพร) ภาคกลางติดต่อที่ บังดล 081-554-6816 หรือเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ www. GOLDENKINGPLANTS.com / FB: GOLDENKINGPLANTS

ความสันโดษ คือ การดำรงชีพอยู่อย่างพอเพียง พอใจยินดีกับชีวิตที่ตนเป็นอยู่ ไม่โลภ ไม่ไปวุ่นวายกับกิเลสตัณหาอันที่เกิดจากความอยากทั้งสิ้น

ตัวที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ก็คือ ความอยากทั้งปวง อยากได้ อยากเป็น อยากมี หรือความไม่อยากทั้งปวง ที่เรียกว่า ภวตัณหาและวิภวตัณหา ล้วนแต่เป็นทุกข์ทั้งสิ้น ดังนั้น เราต้องควบคุมจิตใจพร้อมลดตัณหาในใจลงให้ได้ มากเท่าใด ความทุกข์ก็จะลดลงมากเท่านั้น แต่หากหันมาใช้ชีวิตสันโดษ ความวุ่นวายในชีวิตก็จะไม่เกิด หรือหากเกิดก็แก้ไขได้ และสามารถเดินห่าง…จากความจน ได้ชนิดสมบูรณ์แบบได้จริงๆ

สวัสดีครับ แฟนๆ ที่รักยิ่งของผม ระยะนี้ผมอ่านหนังสือธรรมะ ก็เลยนำมาเขียนให้ได้อ่านกัน เพราะเห็นว่าธรรมะนี่แหละที่สามารถที่จะเพิ่มพลังชีวิตให้กับชีวิตเราได้ ลดความทุกข์ให้น้อยลงได้ พร้อมทั้งนำไปประยุกต์แก้ปัญหาให้คลี่คลายได้แล้วจะเกิดแต่ความสุขให้กับชีวิต สำหรับในทางธรรมะนั้น ความสันโดษไม่ได้หมายถึงการพอใจกับการดำรงชีวิตอยู่ตามลำพังอย่างโดดเดี่ยวหรอกครับแฟนๆ

คนคลองแปด ปทุมธานี นิยมปลูกผักบุ้งลอยคลอง เห็นแล้วเป็นกอๆ แน่นงามมาก นำเรือออกไปเก็บผักบุ้งที่ปลูกไว้ในคลองรังสิต นำมากำเป็นมัด 1 มัด มีประมาณ 7-8 ต้น จำนวนมากน้อยตามแต่ลูกค้าสั่ง อย่างน้อยรวมๆ กันแล้ว ประมาณ 300-400 กำ ต่อครั้ง ใช้เวลาตั้งแต่ตี 5 ถึงประมาณเกือบเที่ยงวัน ตอนบ่ายๆ จึงนำไปส่งลูกค้าที่ตลาด ภารกิจต่อครั้ง ซื้อขายกันด้วยเงินสด

โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมปลูกผักบุ้งพันธุ์ไต้หวัน ปลูกให้อยู่กับน้ำ เรียกเอาเองว่า ผักบุ้งลอยคลอง มานานกว่า 10 ปีแล้ว การปลูกไม่ยุ่งยากหรอกครับ นำเถาผักบุ้ง ประมาณ 1 กอ จำนวนไม่ต้องมากนัก ปักกับไม้ไว้ให้อยู่กับที่ กันไว้ไม่ให้ลอยไปไหน