ไม่เกิน วันละ 2,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนการไม่แจ้งการขออนุญาต ขนย้ายโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้กรมการค้าภายในได้ร่วมกับกรมศุลกากร ตั้งด่านตรวจสอบการลักลอบนำเข้ากระเทียม หอมหัวใหญ่ และหอมแดงอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องปรามช่วยให้เกษตรกรในประเทศจำหน่ายได้ในราคาเหมาะสม ทั้งนี้ได้จัดชุดสายตรวจเพื่อตรวจสอบในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เน้นหนักภาคเหนือและภาคกลาง และในวันที่ 9 มีนาคม นี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำคณะลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม หอมแดง หอมใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกระเทียมรายใหญ่ มีผลผลิตรวมกันมากกว่า

30,000 ตัน จากผลผลิตเฉลี่ยปีละ 70,000 ตัน เพื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกร เบื้องต้นกำลังประสาน ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ให้เข้าไปรับซื้อกระเทียมจากเกษตรกรด้วย

นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่ควบคุมการขนย้ายกระเทียมนำเข้าจากต่างประเทศระบุว่าหากมีปริมาณตั้งแต่ 400 กิโลกรัม ขึ้นไป รวมทั้งผู้นำเข้าและผู้ครอบครองตั้งแต่ 2,000 กิโลกรัมขึ้นไป จะต้องแจ้งปริมาณ ชนิด ขนาด สถานที่จัดเก็บ ปริมาณการจำหน่าย และปริมาณคงเหลือต้องขออนุญาตในการขนย้าย และการครอบครอง

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับ นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงแนวทางดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการหนังสือเรียน และแบบฝึกหัดตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ

ศธ.โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้มอบนโยบายว่าในปีการศึกษา 2561 ศธ.จะแจกหนังสือเรียนครบ 100% ซึ่งงบประมาณที่ได้มา แม้จะยังไม่ครบ แต่องค์กรหลักที่ถูกตัดงบฯ ในส่วนนี้ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เสนอของบฯ เพิ่มเติมผ่านสำนักงานปลัด ศธ.ซึ่งขณะนี้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้ลงนามในหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะได้รับงบฯ ครบทั้งจำนวนเร็วๆ นี้

นายบุญรักษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในการจัดซื้อหนังสือเรียนปีนี้ สพฐ.จะจัดสรรงบฯ ที่มีอยู่ให้โรงเรียนใช้ในการจัดซื้อหนังสือเรียนฟรีให้กับนักเรียน หากไม่พอ โรงเรียนสามารถใช้งบฯ เรียนฟรีในรายการอื่นๆ ไปซื้อได้ก่อนจนครบ เมื่อได้รับเงินในส่วนที่ขาด สพฐ.จะจัดสรรคืนให้โรงเรียนเป็นการชดเชย เพื่อให้โรงเรียนสามารถปรับงบฯ ไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนต่อไปได้

“ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีนโยบายชัดเจน ให้ยกเลิกนโยบายหนังสือยืมเรียนที่เคยประกาศไว้ว่าจะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2562 เนื่องจากขณะนี้หลักสูตรปรับเปลี่ยนค่อนข้างมาก สาระในหนังสือเรียนมีความเปลี่ยนแปลง โดยตลอดการใช้หนังสือยืมเรียน อาจจะไม่สะดวกในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันยังต้องรอความเห็นในการปรับหลักสูตรจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ขณะที่ สพฐ.ได้ปรับเนื้อหาการเรียน ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและภูมิศาสตร์ ดังนั้น เนื้อหาแต่ละวิชามีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากในช่วง 1-2 ปีนี้ จึงยกเลิกนโยบายดังกล่าว เพราะการพัฒนาหลักสูตร ต้องพัฒนาหนังสือเรียนตามไปด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร ไม่สามารถกำหนดได้” นายบุญรักษ์ กล่าว

นายบุญรักษ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จะทำหนังสือแนวปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว และแจ้งยกเลิกนโยบายหนังสือยืมเรียนไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป สพฐ.ยังแจกหนังสือเรียนฟรีให้นักเรียนครบ 100% เช่นเดิมตามปกติ โรงเรียนไม่ต้องประกาศให้เด็กนำหนังสือเรียนมาคืน หากโรงเรียนใดให้เด็กนำหนังสือเรียนมาคืน จะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับนโยบาย

ออกโคจรสัมผัสเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นมาของ “ชาวไทดำ” อ.เชียงคาน จ.เลย ในทริปที่มีชื่อว่า “มาเลยเด้อ” พร้อมสองพิธีกรหนุ่ม จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร และเจมส์-กิจเกษม แมคแฟดเดน ที่จะเป็นไกด์พาทุกคนทัวร์ไปพร้อมๆ กัน ในรายการสมุดโคจร On The Way

สัปดาห์ที่สามสำหรับการมาเยือนที่เมืองเลย เมืองที่แสนน่ารักอบอุ่น คราวนี้สองหนุ่มจะพาทุกคนมาสัมผัสกับ “เชียงคาน” อีกหนึ่งอำเภอที่ห้ามพลาดเมื่อได้มาเยือน สถานที่แรกแวะเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ บ้านนาป่าหนาด สถานที่เคารพบูชาของชาวไทดำ ต่อมาพานั่งรถเปิดประทุนรับลมกันสักหน่อยเพื่อไปชมการละเล่นของเด็กๆ ชาวไทดำ ซึ่งงานนี้นายเจมส์ก็ไม่พลาดที่จะขอแจมด้วยคน ว่าแต่จะรอดหรือไม่ ? เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสองหนุ่มจึงขอแต่งตัวให้กลมกลืนกับชาวไทดำสักหน่อย พร้อมทั้งเรียนรู้เรื่องราวของ “ผ้าซิ่น” การทอผ้า และการจักสาน หลังจากนั้นพาไปเล่นการละเล่นของชาวไทดำที่ถือเป็นการสานสัมพันธไมตรีระหว่างฝ่ายหญิง และฝ่ายชาย ซึ่งสองหนุ่มมาทั้งทีก็ไม่พลาดกันอีกเช่นเคย ขอลองเล่นกันสักหน่อย ปิดท้ายด้วยการลิ้มลองอาหารท้องถิ่นที่หากินยาก อย่างซั่วไก่, จุ๊บผัก และแจ่วอด

ร่วมเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตที่น่ารักๆ ของชาวไทดำไปด้วยกัน วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 28 (3SD) เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เข้าสำรวจพื้นที่เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุพายุฝนพัดบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายร่วม 200 หลังคาเรือน แรงลมพัดสังกะสีเปิดออก และปลิวหายไป ฝนที่ตกลงมาทำให้ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านเปียกและเสียหาย โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เก็บไม่ทันได้รับความเสียหาย ส่วนต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับบ้านเรือน ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความเดือดร้อนใน 6 หมู่บ้าน ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

น.ส.ยุวดี สวัสดี เจ้าของลานโชคสวัสดี เลขที่ 472/1 หมู่ที่ 5 ต.อ่างทอง กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดพายุฝนพัดแรง นานประมาณ 1 ชั่งโมง ตนและสมาชิกภายในบ้านตกใจมาก ต้องหลบอยู่ข้างมุมบ้าน จากนั้นแรงลมพัดหลังคาปลิวลอยหายไป รอจนแรงลมสงบลงจึงมาตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่า โกดังเก็บมันเส้น โรงรถ บ้านพัก ได้รับความเสียหาย ซึ่งได้รับผลกระทบความเสียหายมากที่สุดจากพายุฝนพัด ทำให้หลังคาโกดังเก็บมันเส้น และผนังพังเสียหาย โรงรถ บ้านพักอยู่อาศัย ประเมินความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 5, 14, 17, 20 ต.อ่างทอง ได้รับผลกระทบจากลมพายุพัด ทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้มทับเสาไฟฟ้า บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย พื้นที่ไร่นาของเกษตรกรประเภทต้นข้าวในนาล้มเป็นทางช่องลม

นายธัชชัย สีสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าสำรวจพื้นที่เสียหายในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้ประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น เพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชน

นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) กับสำนักงาน กศน. เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานสถิติและการสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

นายกฤตชัยกล่าวว่า สำนักงาน กศน.จะสนับสนุนบุคลากรและนักศึกษา กศน.เข้าร่วมดำเนินงานทางสถิติ ตามที่ สสช.ร้องขอ จัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับสถิติ ขณะที่ สสช.จะสนับสนุนด้านวิชาการอบรมความรู้เกี่ยวกับสถิติ พร้อมกันนี้ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนการประสานงานระหว่างกัน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางด้านสถิติ และเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยตั้งคณะทำงานดำเนินการร่วมกัน มีการวางแผนปฏิบัติการ การติดตามประเมินผล รวมถึงการจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของความร่วมมือเป็นระยะๆ และรายงานผลต่อผู้บริหารต่อไป ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.61 และมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับจากวันดังกล่าว

“บุคลากรและนักศึกษา กศน. จะได้รับความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานทางสถิติของรัฐ โดยเฉพาะการเข้าร่วมดำเนินงานทางสถิติ ข้อมูลที่ได้ย่อมเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักสถิติ ตรงกับข้อเท็จจริงและมีคุณภาพ เมื่อหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ จะกำหนดนโยบายและการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ อยู่ภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องบนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริง” นายกฤตชัยกล่าว

ด้านนายภุชพงศ์ โนดไธสง ผอ.สวช.กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของความร่วมมือในครั้งนี้ คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสถิติในการพัฒนาวิชาการสถิติแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรและนวัตกรรมทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพวิชาการแก่สถิติแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานอกระบบ

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา 2561 : การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษาระดับชาติ ระหว่างวันที่ 28 ก.พ. – 3 มี.ค.ที่ผ่านมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเป็นประธาน ประทานโล่รางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ระดับชาติ และประทานถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ชนะการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา

สำหรับปีนี้มีผลงานเข้าร่วมประกวด 220 ผลงาน แบ่งเป็น 11 ประเภท โดยรางวัลชนะเลิศ ประเภทที่ 1 ลิฟต์อเนกประสงค์ ของวิทยาลัยเทคนิค (วท.) ระยอง 2. เครื่องพันลวดเกือกม้ารองรับถ้วยน้ำยางพาราแบบต่อเนื่อง ของ วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) เวียงสระ 3. ผลิตภัณฑ์อาหารเลี้ยงด้วงมะพร้าวสูตร Natural Organic Premium ของ วท.ตระการพืชผล 4. ทุ่นผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นทะเลอนุรักษ์แนวปะการัง ของ วท.สุราษฎร์ธานี 5. อุปกรณ์ช่วยล็อกเพื่อความปลอดภัย ของ วก.พนมสารคาม 6. เครื่องช่วยตรวจเท้าผู้ป่วยโรคเบาหวาน ของ วท.ระนอง 7. แกนสับปะรดอบแห้งเคลือบฟิล์มเม็ดขนุน ของ วิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.) สงขลา 8. เครื่องดำนาขนาดเล็กแบบประหยัด ของ วก.กาญจนบุรี 9. หม้อดอกลำปาง สานศิลป์ซ้อนไม้ ของ วท.ลำปาง 10. ระบบบริหารจัดการนักศึกษาฝึกประสบการณ์ 4.0 ของ วอศ.สุราษฎร์ธานี และ 11. ไบเทค อิเล็คทริค ทรัค ของ วท.บุรีรัมย์

รางวัลชนะเลิศการแข่งขันหุ่นยนต์ฯ ถ้วยรางวัลพระราชทาน ได้แก่ ทีม ร.ร.ตชด.นเรศวรป่าละอู ชนะเลิศกติกา ABU ได้แก่ ทีมหลานหลวงพ่อคูณ (คูณ 2) วท.หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ประเภทหุ่นยนต์กู้ภัย ได้แก่ ทีมเซาะกราว โรบอท วท.บุรีรัมย์ ประเภทหุ่นยนต์แขนกลอุตสาหกรรม ได้แก่ ทีมไดโน โรบอท วท.กาฬสินธุ์ ประเภทหุ่นยนต์มือกลแขนกลเพื่อคนพิการ ได้แก่ ทีมเขาไม้แก้ว Robot วก.แกลง ประเภทหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ ได้แก่ ทีมอินสตูเม้น วท.ระยอง

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ทปอ.ในฐานะหน่วยงานกลางที่รวบรวมเครือข่ายมหาวิทยาลัย 34 แห่ง และล่าสุดได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือภายใต้นโยบาย ทปอ. พลัส ครอบคลุมมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน 79 แห่ง รวมเป็น 160 แห่ง ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว โดยทลายกำแพงการแบ่งแยกสังกัดเป็น #ทีมไทยแลนด์ ในภารกิจขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมผู้เรียน ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาในการก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีคุณภาพ

ประธาน ทปอ.กล่าวต่อไปว่า ทปอ.สนับสนุนการคิดค้นระบบทดสอบที่ช่วยให้เด็กไทยได้รู้ว่าตัวเองชอบและใช่ เหมาะสมกับการเรียนด้านไหน คณะอะไร และเมื่อจบการศึกษาควรประกอบอาชีพอะไรที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด ระบบดังกล่าวชื่อว่าโปรแกรมแบบทดสอบ AI Strengths-finder Career TestTM : aiSCT พัฒนาขึ้นโดยนักวิชาการไทยด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และทักษะวิเคราะห์ ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและเข้าถึงนักเรียนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงพัฒนาระบบดังกล่าวในรูปแบบเว็บไซต์ รองรับทั้งระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน

“คลิกเข้าไปที่ www.mycareer.AI และเลือกทำแบบทดสอบ การใช้งานครั้งแรกผู้ใช้งานต้องสมัครสมาชิกเพื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ จากนั้นกดเลือกสาขาวิชา คณะ และมหาวิทยาลัยที่สนใจ และกดเริ่มต้นทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาซึ่งมีรากฐานมาจากงานวิจัยสากลที่รวบรวมปัจจัยแห่งความสำเร็จของสาขาอาชีพต่างๆ ครอบคลุมถึง 1,500 อาชีพ นำมาพัฒนาเป็นอัลกอริทึ่มประมวลผลได้อย่างแม่นยำ โดยประเมินผลใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา (IQ) 2. ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) 3. บุคลิกภาพ (Personality) และ 4. ความสนใจ (Interests) สรุปเป็นผลทางศักยภาพเชิงลึกของผู้ทดสอบ และคำนวณคะแนนความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ซึ่งหากผู้ทดสอบเลือกเรียนในสาขาและคณะที่ระบบบอกว่า “ใช่” จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการทำงานมากกว่าผู้อื่นถึง 37%” ศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าว

ประธาน ทปอ.กล่าวอีกว่า ส่วนระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปี 2561 หรือทีแคส ทปอ.พิจารณาปรับกระบวนการคัดเลือกเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน เริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 ด้วยหลักการ 3 ประการ คือ 1. นักเรียนควรอยู่ในห้องเรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 2. ผู้สมัครแต่ละคนมีเพียง 1 สิทธิ์ ในการตอบรับในสาขาวิชาที่ตนเองเลือกเพื่อความเสมอภาค และ 3. มหาวิทยาลัยในเครือข่ายทุกแห่งจะเข้าระบบเคลียริ่ง เฮาส์ เพื่อบริหาร 1 สิทธิ์ของผู้สมัคร เพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ลดความเหลื่อมล้ำด้านการจัดการศึกษาให้ และเกิดความเท่าเทียมกันในสังคม

ททท.นำ 83 ทัพธุรกิจท่องเที่ยวไทย ทั้งโรงแรมรีสอร์ต บริษัทนำเที่ยว โชว์ระดับโลก “ไอทีบี 2018” ที่เยอรมนี จัดท่องเที่ยวตามราศี โชว์มวยไทย ดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก 8 มี.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จทรงสาธิตการทำส้มตำโชว์ในงาน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยจำนวน 83 ราย เข้าร่วมงาน International Tourism Borse (ไอทีบี) 2018 แบ่งเป็น โรงแรมรีสอร์ต 71 ราย บริษัทนำเที่ยว 8 ราย และอื่นๆ อาทิ โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ธีมปาร์ก 4 ราย ในงานจะนำกิจกรรมที่มีเสน่ห์น่าค้นหา ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองทำ พร้อมเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวตามดวงชะตาราศีเกิดของแต่ละคน มีการแสดงจากคณะนักแสดง “ต๊ะตึ้งโม้ง” แนวที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ และนำเครื่องดนตรีไทยประกอบการแสดง อาทิ สาก ครก กลองทับ กลองยาว ขลุ่ย ระนาด และสาธิตมวยไทย ให้ต่างชาติชื่นชอบมาโชว์ในงาน

งานไอทีบี เป็นงานเทรดโชว์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก จัดระหว่าง 7-11 มี.ค. 2561 ณ Messe Berlin Exhibition Ground กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีประเทศต่างๆ ร่วมกว่า 180 ประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ที่มีพฤติกรรมเที่ยวนอกประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวทั่วโลกสนใจร่วมงาน

คูหาของไทย ตกแต่งภายใต้ Amazing Thailand ในแนวคิด Open to the new shades of Thailand เน้นสินค้าและบริการแง่มุมใหม่ๆ ของประเทศไทย ผ่านสาธิตจากชุมชน สร้างการรับรู้มุมมองใหม่ๆ ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เข้าร่วมงานได้เห็น อาทิ สาธิตการทำ “ตุงก้าคิง” และ”ตุงไส้หมู” ชุมชนบ้านพระเกิด จ.น่าน นำเสนอมุมมองใหม่ๆ ของภาคเหนือ ผ่านความเชื่อสืบทอดมาแต่โบราณ ในโครงการ Creative Tourism District

“ในวันที่ 8 มี.ค.นี้ ททท.ได้รับพระกรุณาจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จร่วมงาน ทรงเยี่ยมชมคูหาประเทศไทยและประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ พร้อมทรงสาธิตการทำส้มตำ ภายในคูหาประเทศไทยด้วย”

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ททท.ยังเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว คืองาน Post ITB Road Show ณ เมืองลียง และนีซ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในวันที่ 13-14 มี.ค. และเมืองซูริก สมาพันธรัฐสวิส 15 มี.ค. เพื่อเป็นการขยายพื้นที่ทางการตลาดใหม่ๆ

เพชรบูรณ์ – นายสมาน หลวงจันทร์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 6 บ้านเนินมะค่า ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เผยว่า เดิมรอบๆ บ้านเป็นลานกว้าง มีหญ้าขึ้นปกคลุมมาก จึงนำวัวเนื้อพันธุ์ผสมเลือดยุโรป 23 ตัว มาเลี้ยงเพื่อส่งขายบริษัท โดยปล่อยให้หากินหญ้าบริเวณรอบๆ บ้าน และให้อาหารเสริมช่วงตอนเย็นภายในคอก แต่ละวันต้องคอยเก็บกวาดมูลวัวจำนวนมาก จึงมีแนวคิดว่าน่านำมูลวัวไปใช้ให้เกิดประโยชน์

ประกอบกับการเลี้ยงวัวใช้ระยะเวลานานกว่า 8 เดือนถึง 1 ปีถึงจะขายได้ กระทั่งไปเจอวิธีการเลี้ยงไส้เดือน พันธุ์ AF1 จึงได้สั่งซื้อแม่พันธุ์ไส้เดือนพันธุ์ AF1 ใน ราคา ก.ก.ละ 300 บาท โดยสั่งซื้อมาช่วงแรก 20 ก.ก. สามารถขยายเลี้ยงไส้เดือนได้ถึง 40 กะละมัง โดยมีวัตถุดิบหลักที่สำคัญคือ มูลวัวในคอกที่เลี้ยงไว้ ซึ่งไม่มีต้นทุน ก่อนนำมาต่อยอดใช้เลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพดี โดยเริ่มจากนำมูลวัวมาแช่น้ำไว้ เพื่อลดความร้อนและแก๊ส ให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของไส้เดือน

จากนั้นตักใส่กะละมังที่เตรียมไว้ แล้วปล่อยแม่พันธุ์ไส้เดือนลงไปเลี้ยง ใช้เวลาประมาณ 25-30 วันก็จะได้มูลไส้เดือนเป็นเม็ดเล็กๆ แล้วจึงคัดแยกตัวไส้เดือนออกมา ก่อนนำมูลไส้เดือนไปใส่เครื่องร่อน ก็จะได้ปุ๋ยมูลไส้เดือนพร้อมใช้นำไปใส่พืชผลทางการเกษตร และบางส่วนตนได้แบ่งใส่ถุง จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 15 บาท

หลังจากสามารถผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนคุณภาพดีได้แล้วจึงคิดต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยใช้พื้นที่ว่างรอบบ้านทำแปลงผักเกษตรอินทรีย์ ด้วยการทดลองปลูกมะเขือเทศราชินี กะหล่ำดาว ต้นหอม ผักชี คะน้า กะเพรา ผลปรากฏว่าพืชผักทั้งหมดที่ใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนเจริญเติบโตที่รวดเร็วสมบูรณ์ ให้ผลผลิตดี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตแล้วนั้น สิ่งสำคัญคือผู้บริโภคได้กินพืชผักสวนครัวอย่างปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง