2546-2547 ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์ในเครือ กลุ่มบริษัทบ้านฉาง 2541-2543 ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ดีบีเอ แมเนจเม็นท์ (ประเทศออสเตรเลีย) จำกัด บริษัท อสังหาริมทรัพย์ และกิจการอื่นๆ ในเครือ กลุ่มบริษัทล๊อกซเล่ย์

บอร์ด กยท.ไฟเขียวนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการและ ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ฟันธงราคายางจะกลับสู่ปกติโดยเร็ว ขณะที่เกษตรกรล่าชื่อรอแล้วขอให้ชาวสวนเชื่อมั่นมาตรการแก้ไขต่างๆ

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายใจ แซ่เถา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวม้งบ้านทับเบิกได้รับความเดือดร้อนจากเหตุวัวที่เลี้ยงไว้ถูกกลุ่มคนร้ายลักลอบขโมย โดยระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา มีชาวบ้านถูกขโมยวัวไปแล้วราว 10 ราย และช่วงหลังเริ่มโจรกรรมถี่ขึ้น ที่สำคัญหลังคนร้ายใช้วิธีฆ่าและชำแหละวัวทันทีบริเวณที่เกิดเหตุก่อนขนย้ายขึ้นรถหลบหนีออกจากหมู่บ้าน เมื่อไปแจ้งความกับทางตำรวจก็มีข้ออ้างเรื่องพื้นที่คาบเกี่ยวกับอำเภอด่านซ้าย และกล้องวงจรปิดเสีย จนเวลานี้ชาวบ้านขวัญเสียเพราะไม่รู้ว่าจะมีวัวอีกกี่ตัวที่จะต้องขโมยอีก

“เดิมคนร้ายจะใช้วิธีจูงวัวขึ้นรถแล้วขับหลบหนีไป แต่ระยะหลังใช้วิธีฆ่าและชำแระวัวบริเวณจุดที่ชาวบ้านผูกวัวไว้เลย ส่วนใหญ่จะเป็นหลังบ้านพักหรือในสวน ถือว่าเหิมเกริมท้าทายกฎหมาย อยากให้ตำรวจช่วยจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้โดยเร็ว เชื่อว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการเชื่อมโยงกับเขียงเนื้อ นอกจากนี้ควรเร่งซ่อมกล้องวงจรปิดโดยเร็ว” นายใจ กล่าว

ด้าน นายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า กล่าวว่า ประสานไปยัง ผกก.สภ.หล่มเก่า ขอให้ตำรวจเพิ่มวงรอบในการตรวจให้ถี่ขึ้นโดยเฉพาะช่วงกลางคืน รวมทั้งให้เร่งหาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้เพื่อจับกุมให้ได้โดยเร็ว ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะบริเวณสามแยกทางขึ้นภูทับเบิกที่เสียนั้น ได้ประสานให้เร่งซ่อมแซมโดยเร็วแล้ว นอกจากนี้ยังมีแผนติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดสำคัญและเส้นทางหลักทั้งอำเภอกว่า 20 จุดเพิ่มเติม

แต่ละปีมีอาหารเหลือทิ้งจากทั่วโลกปีละ 1.3 พันล้านตัน หากมองในแง่เศรษฐศาสตร์ อาหารเหล่านี้ถ้าเปลี่ยนเป็นเงิน คิดเป็นมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือเป็นมื้ออาหารให้คนบริโภคได้ถึง 840 ล้านคน ขณะเดียวกัน หากมองในแง่ของสิ่งแวดล้อม ขยะจากอาหารเหล่านี้สามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจก คิดเป็น 3,300 ตัน ไม่นับรวมน้ำ 25% ของปริมาณน้ำของโลกที่ถูกใช้ในการเพาะปลูกเพื่อกลายมาเป็นอาหาร แต่สุดท้ายต้องสูญเสียไปเพราะไม่ถูกบริโภค

ในต่างประเทศมี OzHarvest ของประเทศออสเตรเลีย องค์กรช่วยเหลือด้านอาหารที่จัดเก็บอาหารส่วนเกินที่ยังคงสภาพดี ทั้งยังสามารถรับประทานได้จากผู้ให้บริการอาหารทุกประเภทให้แก่ผู้ที่ต้องการ พร้อมขยายผลไปสู่ประเทศอื่นๆ

ส่วนประเทศไทย มีเทสโก้ โลตัส ซึ่งมีการจัดการอย่างเป็นระบบมาแล้ว กว่า 3 ปี โดยนำร่องผ่านเทสโก้ โลตัส 23 สาขา ในกรุงเทพฯ ทั้งยังมีพันธมิตร คือ มูลนิธิกระจกเงา, องค์กรไทยฮาร์เวสต์เอสโอเอส และออลไทย แท็กซี่

“จอห์น คริสตี้” ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เพราะเราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบ และบทบาทของเราที่จะช่วยลดปริมาณขยะที่มาจากอาหาร เทสโก้ โลตัส จึงขอประกาศเจตนารมณ์ในการเป็นผู้นำลดการทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

“เพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals-SDGs) ข้อที่ 12 ที่ว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภค และผลิตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย 12.3 ว่าด้วยการลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีก และผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี 2573 กลุ่มเทสโก้จึงได้ประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว”

โดยกลุ่มเทสโก้ในสหราชอาณาจักร เป็นผู้นำร่องโครงการ ทั้งยังประกาศเจตนารมณ์ว่า ภายในปี 2560 ร้านค้าของเทสโก้ในสหราชอาณาจักรทุกสาขาจะไม่ทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้ โดยบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดให้กับองค์กรการกุศล และกลุ่มชุมชนกว่า 5,000 องค์กร เพื่อนำสินค้าที่บริจาคไปประกอบเป็นอาหารให้กับผู้ยากไร้

“วานิช สาวาโย” ผู้อำนวยการส่วนลด และใช้ประโยชน์ของเสีย กรมควบคุมมลพิษ บอกว่า ปริมาณขยะมูลฝอยในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2559 ประชากรไทย 1 คน สร้างขยะต่อวันถึง 1.14 กิโลกรัม ทำให้มีขยะมูลฝอยทั้งหมด 27.06 ล้านตันต่อปี

“64% ของขยะมูลฝอยนี้เป็นขยะที่มาจากอาหาร เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถกำจัดขยะได้ทั้งหมด โดย 42% ของขยะมูลฝอยถูกกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี จนนำไปสู่ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา”

“โป้ว เจา ฉิน” เจ้าหน้าที่ประสานงานชุมชน องค์กรไทยฮาร์เวสต์เอสโอเอส กล่าวว่า ที่ผ่านมาองค์กรมีการขอบริจาคอาหารเหลือจากสถานที่ต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร และร้านเบเกอรี่ เพื่อนำมาคัดแยกสำหรับบริจาคแก่ผู้ที่ต้องการ ส่วนที่ใช้ไม่ได้ก็นำไปทำปุ๋ยชีวภาพแจกจ่ายแก่เกษตรกร โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการปฏิเสธการบริจาคอาหารที่เหลือจากการบริโภคจะมาจาก 3 สาเหตุหลัก คือ

หนึ่ง ด้านชื่อเสียง เนื่องจากอาหารที่บริจาคจะกระจายโดยองค์กรการกุศล ซึ่งอยู่เหนือการควบคุม และหากมีผู้บริโภคอาหารเข้าไปแล้วมีอาการป่วย ผู้บริจาคจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้

สอง การคัดแยก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระงานให้แก่คนในองค์กรของผู้บริจาค

สาม การขนส่ง แม้ว่าจะมีหน่วยงานมารับอาหารถึงที่ แต่ยังคงติดปัญหาเรื่องพื้นที่จัดเก็บ พื้นที่จอดรถสำหรับลำเลียง เพราะผู้บริจาคหลายแห่งมีทำเลอยู่ในพื้นที่ในเมือง ซึ่งมีปัญหาการจราจรอยู่แล้ว

“องค์กรมีการทำงานเชิงรุกด้วยการเข้าไปติดต่อร้านเบเกอรี่ โรงแรมขนาดใหญ่ เพื่อขอรับบริจาคอาหาร ซึ่งโรงแรมขนาดใหญ่จะมีขนมปัง ผลไม้เหลือทิ้งกว่า 20-100 กิโลกรัม/โรงแรม/วัน อาหารเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังเด็กกำพร้า เด็กในชุมชนแออัด รวมทั้งผู้ลี้ภัยที่ไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงมูลนิธิอื่นๆ และ UNHCR เพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก”

“ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย” รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส กล่าวเสริมว่า ภายใต้กลยุทธ์จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร (Farm to Fork) เทสโก้ โลตัส ลดการสูญเสียอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่าน 3 ขั้นตอนการจัดการด้วยกัน คือ

หนึ่ง ลดการเกิดของเสีย โดยมีการบริหารจัดการตั้งแต่แปลงปลูกผ่านโครงการรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกร จนช่วยให้เทสโก้ โลตัส และเกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกร่วมกันตามความต้องการของตลาด

สอง การขนส่ง ที่ผ่านมาหากเกิดความเสียหายของสินค้าขณะขนส่ง จะถูกคัดทิ้งทันที แต่ปัจจุบันสามารถส่งต่อให้แก่หน่วยงาน หรือองค์กรที่ต้องการได้ เช่น ข้าวสาร อาหารสำเร็จรูป

สาม การขายให้หมด เพื่อลดของเหลือ ผ่านการลดราคาเพื่อจูงใจหรือสินค้าป้ายเหลือง รวมทั้งสินค้าตัวโชว์ซึ่งมักจะขายไม่ได้ แม้ว่าคุณภาพดีก็ตาม

“ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เราบริจาคข้าวสาร ผัก ผลไม้ และอาหารแห้งที่จำหน่ายไม่หมด ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นอาหารแก่ผู้ด้อยโอกาสถึงเกือบ 1 ล้านมื้อ ในปีนี้เราร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา และ ThaiHarvestsos ในการกระจายสินค้าแก่ผู้ที่ต้องการ โดยมีออลไทย แท็กซี่ ช่วยจัดการด้านการขนส่งจากเทสโก้ โลตัส ทั้ง 23 สาขาในกรุงเทพฯ ไปยังองค์กรที่ต้องการ”

“ทั้งในอนาคตเรายังมีแผนขยายพื้นที่เพื่อส่งต่อสินค้าเหล่านี้ทั่วประเทศทั้ง 150 สาขา โดยอาจจะจับคู่กับหน่วยงานในแต่ละพื้นที่เป็น Buddy Charity หรือผ่านชุมชนโดยตรง เพื่อส่งต่อสินค้าที่ขายไม่หมด แต่มีคุณภาพดี ไปยังผู้ที่ต้องการ”

เพราะอาหารคือปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต แต่หากยังมีปัญหาด้านปากท้อง ก็คงยากที่จะพัฒนาในด้านสังคมต่อไปได้ นายสุรเดช สมิเปรม ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ มอบใบรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค หรือ “ปศุสัตว์ OK” แก่เถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน CP Pork Shop จำนวน 22 ราย ในเขต อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.เชียงดาว อ.พร้าว และอ.เวียงแหง ที่ได้รับการรับรองปศุสัตว์ OK จากการสนับสนุนของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในการสร้างงานสร้างอาชีพแก่ผู้ประกอบการรายย่อยให้จำหน่ายเนื้อหมูสดคุณภาพ สะอาด ปลอดสารเร่งเนื้อแดง ปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะ

นายสุรเดช สมิเปรม ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ (ปศส.เชียงใหม่) เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์มีนโยบายพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตเนื้อสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มี “โครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค หรือปศุสัตว์ OK ขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ตั้งแต่ต้นทางกระบวนการผลิต คือที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต้องได้รับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ผ่านการเชือดชำแหละในโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายและถูกสุขลักษณะ สู่สถานที่จำหน่ายที่มีการจัดการที่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งป้ายปศุสัตว์ OK ที่มอบให้กับผู้ประกอบการนี้ จะเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจว่าสินค้าในสถานที่จำหน่ายดังกล่าวมีความปลอดภัย ด้วยกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐาน ปลอดสารเร่งเนื้อแดง และปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะ

“ขอชื่นชมเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชนทุกคนที่ร่วมกันดำเนินการตามมาตรฐานปศุสัตว์ OK กระทั่งประสบความสำเร็จ และขอบคุณซีพีเอฟที่เดินหน้านโยบายสร้างอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคและผลักดันให้ผู้ประกอบการรายย่อย ได้มีส่วนร่วมส่งมอบเนื้อหมูสดสะอาดและปลอดภัยให้กับชาวเชียงใหม่และพี่น้องคนไทยอย่างต่อเนื่อง” นายสุรเดช กล่าว

ด้าน นายชัชวาลย์ ปัญญา นายอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ความสำเร็จของผู้ประกอบการร้าน CP Pork Shop ในวันนี้นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อผู้บริโภคชาวเชียงใหม่อย่างแท้จริง ด้วยการสนับสนุนจาก ปศส.เชียงใหม่ ปศส.อ.ฝาง ปศส.อ.แม่อาย ปศส.อ.เวียงแหง ปศส.อ.ไชยปราการ ปศส.อ.เชียงดาว ปศส.อ.พร้าว ภาคเอกชนคือซีพีเอฟ และเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชนทุกคน และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งจะยังคงเดินหน้าขยายผลการดำเนินงานต่อไปทั้งในส่วนของร้านค้าในตลาดสด ร้านค้าในชุมชน และเถ้าแก่เล็กทั่วประเทศ โดยเฉพาะการจัดให้จุดขายมีตู้แช่เย็นเนื้อหมูเพื่อคงคุณค่าผลิตภัณฑ์จนถึงมือผู้บริโภค

ส่วน นายวิรัตน์ ตันหยง รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะผู้นำด้านปศุสัตว์ของประเทศ ซีพีเอฟมีนโยบายในการผลิตอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากลเพื่อผู้บริโภคตามวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หนึ่งในนั้นคือโครงการร้านตู้หมูชุมชน สด สะอาด ปลอดภัย ภายใต้ชื่อ CP Pork Shop เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าหมูสด จากผู้ผลิตถึงมือผู้บริโภคซึ่งสอดคล้องกับโครงการปศุสัตว์ OK ของกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง นับเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน

นางกรรณิการ์ ปัญญา ร้านป้าไก่หมูสด อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ หนึ่งในเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน CP Pork Shop ที่ได้รับการรับรองปศุสัตว์ OK กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารปลอดภัยให้กับชาวชุมชนตำบลสันต้นหมื้อ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอ การซื้อหาเนื้อสัตว์สำหรับปรุงอาหารแต่ละครั้งต้องซื้อเป็นจำนวนมากมาเก็บไว้ในตู้เย็นทำให้หลายครั้งเนื้อสัตว์เน่าเสียก่อนบริโภคหมด ตู้หมูชุมชนจึงเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ทั้งยังสามารถส่งมอบเนื้อหมูสดให้กับชาวชุมชนได้ตลอดเวลา โดยซื้อให้เพียงพอปรุงอาหารในแต่ละมื้อไม่ต้องซื้อไปเก็บเหมือนในอดีต ที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้ามาตลอด และอนาคตจะเพิ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อหมู ทั้งหมูปิ้ง หมูทอด แคบหมู ฯลฯ เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นายวัฒนพงษ์ ทองสร้อย ผู้ก่อตั้งสมาคมการค้าชีวมวลไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มผู้ผลิตเชื้อเพลงชีวมวล เช่น ไม้สับ ซังข้าวโพด แกลบ ฯลฯ เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า ได้ยื่นขอจัดตั้ง “สมาคมการค้าชีวมวลไทย” กับกระทรวงพาณิชย์แล้ว ในเบื้องต้นมีสมาชิกในสมาคมแล้วรวม 40 ราย จากที่มีผู้ผลิตในระบบรวมทั้งสิ้นกว่า 200 ราย การจัดตั้งสมาคมครั้งนี้เพื่อร่วมกันผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกันแก้ไขประเด็นที่เป็นอุปสรรค คือ 1. แก้ไขพระราชบัญญัติสวนป่า ที่กำหนดไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นสวนป่าของภาครัฐหรือเอกชนนั้น ในกรณีที่จะมีการแปรรูปไม้จะต้องยื่นขออนุญาตต่อกรมป่าไม้ ซึ่งค่อนข้างใช้เวลา

ต้องการให้ภาครัฐดูแลราคาซื้อเพลิงชีวมวลทั้งหมดให้เป็นธรรมมากขึ้น เพราะแม้ว่าจะเป็นของเหลือใช้จากภาคเกษตร แต่ก็มีต้นทุน เช่น การขนส่ง การแปรรูป และอื่นๆ และ 3. การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า Fit (Feed in Tariff) ที่ปรับลดลง ทำให้ราคาเชื้อเพลิงชีวมวลถูกบีบให้ขายราคาต่ำ เข่น ราคาไม้สับในปัจจุบันอยู่ที่ 1,250-1,300 บาท/ตัน เท่านั้น ซึ่งไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้น เช่น ค่าแรง ที่แม้จะกำหนดค่าแรงขั้นต่ำไว้ 300 บาท ในขณะที่ค่าแรงที่ต้องจ่ายจริงอยู่ที่มากกว่า 350 บาท
ทั้งนี้ มองว่าตลาดเชื้อเพลิงชีวมวลยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากมูลค่าตลาดรวมที่มีอยู่ 50,000 ล้านบาท เพราะภาครัฐมีนโยบายที่จะรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มอีก ร้อยละ 40 ในขณะที่ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (2558-2579) หรือ AEDP (Alternative Energy Development Plan) ที่ใช้ในปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานทดแทน ร้อยละ 25 เท่านั้น ซึ่งหากภาครัฐต้องการส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าควรดูแลให้ครบทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่ผู้ปลูกผู้ผลิต ไปจนถึงโรงไฟฟ้า

“ขณะนี้การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลไม่ได้จำกัดแค่การใช้ในโรงไฟฟ้าเท่านั้น ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมที่เดิมใช้น้ำมันเตา และถ่านหินได้หันมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวลมากขึ้น เพราะการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่รอบโรงงาน ซึ่งเมื่อมองประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับทั้งในเรื่องของการผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย”

พล.ต. สีหเดช ดีสนธิโชติ รอง ผอ.กอ.รมน.เพชรบุรี เข้าร่วมประชุมกับ นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม นายประพันธ์ ลีปายะคุณ ประมงจังหวัดเพชรบุรี นางสาวสุธิดา โส๊ะบีน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาปลาหมอสีคางดำแพร่กระจายใน ตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม สร้างผลกระทบแก่ผู้เลี้ยงปลาและกุ้ง โดยพบปลาหมอสีคางดำเป็นปลากินเนื้อแพร่ระบาด ทำลายสัตว์น้ำประจำถิ่นและระบบนิเวศ ส่วนการระบาดใน ตำบลบางตะบูน เกิดจากเกษตรกรดันน้ำเข้าบ่อโดยไม่ใช้ถุงกรอง ทำให้ลูกปลาหมอสีคางดำเข้าไปกินสัตว์น้ำขนาดเล็ก ไข่ และสัตว์น้ำรุ่นอนุบาลจนหมด

นายประพันธ์ กล่าวว่า ได้วางแนวทางแก้ปัญหา โดยจะปล่อยปลากะพงขาว ซึ่งเป็นปลานักล่า ขนาดตัวไม่ต่ำกว่า 3 นิ้ว 40,000 ตัว ลงแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อกัดกินปลาหมอสีคางดำขนาดเล็กไม่ให้เพิ่มจำนวน และพิจารณายกเว้นให้ใช้อวนลัง สามารถจับปลาขนาดใหญ่ในบางพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งเสนอกรมประมงเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว

นายพรสุข สุขเจริญ ชาว ตำบลบางตะบูน กล่าวว่า ชาวบ้านใช้กากชาโปรยลงบ่อเลี้ยงกุ้ง ซึ่งได้ผลบางส่วน แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น และไม่สามารถนำปลาหมอสีคางดำที่ตายไปจำหน่ายได้ จึงต้องทิ้งและเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือด้านลดต้นทุนกากชา หรือหาวัตถุดิบกำจัดปลาโดยไม่กระทบผู้บริโภค และรับซื้อปลาที่ตายเพื่อนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ หรือรณรงค์ให้บริโภคปลาหมอสีคางดำ รวมทั้งสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นเหยื่อปลาหมอสีคางดำให้ชาวบ้านเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตลำไยดี เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง คาดที่เชียงใหม่มีปริมาณกว่า 130,000 ตัน มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท ต้นฤดูผลิตมีลำไยออกตลาดแล้ว 7-8% เท่าที่ตรวจสอบพบว่าคุณภาพลำไยยังไม่เต็มที่ ทำให้ราคาไม่สูงมากนัก เกรด AA กิโลกรัมละ 17 บาท ช่วง 4-5 วัน ที่ผ่านมา ราคาลำไยลดลง 1-2 บาท ต่อกิโลกรัม เนื่องจากผลผลิตสูงกว่าปีที่แล้ว 10% และล้งที่รับซื้ออ้างว่า จีนและอินโดนีเซีย ที่เป็นตลาดส่งออกใหญ่ยังไม่รับซื้อ ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด บูรณาการด้านตลาด ทั้งส่งออก และจำหน่ายในประเทศ พร้อมส่งเสริมการผลิตลำไยนอกฤดูมากขึ้น เพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำ

ว่าที่ ร.ต.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 ดูแลพื้นที่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ตาก แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตลำไยภาคเหนือ รวม 370,000 ตัน ด้านการตลาดจะกระจายไปยังโรงงานแปรรูป ตลาดส่งออก พร้อมเปิดขายทางออนไลน์ เพื่อกระจายผลผลิตให้มากที่สุด ล่าสุด มีบริษัทจีน 2 แห่ง รับซื้อลำไยเพื่ออบแห้ง 60,000 ตัน เชื่อว่าลำไยไม่ล้นตลาด ราคาอยู่ระดับปานกลางเกษตรกรพออยู่ได้

บริเวณพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของประเทศ เห็นได้จากข้อมูลของสำนักงานเกษตร จ.ปทุมธานี ระบุว่าปี 2558 มีอยู่กว่า 404,700 ไร่ หรือ 42% ของพื้นที่จังหวัดทั้งหมด แต่เกือบทั้งหมดยังเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว มีการใช้สารเคมีสูง ทำให้ประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิต และราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน

พื้นที่ดังกล่าว บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้เข้าไปจัดทำโครงการเรียนรู้คู่อาชีพ สู่วิถีเกษตรที่ยั่งยืน เพื่อมุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนรอบโรงงานลาดหลุมแก้ว และสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนบนหลักธรรมาภิบาลของเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรขึ้น

“สมคิด พานทอง” เกษตรกรในพื้นที่ เจ้าของแปลงกะเพราป่ากว่า 15 ไร่ เล่าว่าผมเข้าไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการปลูกพืชภายใต้ GAP (Good Agricultural Practices) หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี และเหมาะสมมาตรฐานระดับโลก ซึ่งเป็นแนวทางการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน ปลอดภัย ต่อสิ่งแวดล้อม และสังคม

“ตั้งแต่ลดการใช้สารเคมี แล้วหันมาใช้สารชีวภาพ fuyibapro.com หรือจุลินทรีย์เป็นส่วนผสมในการเพาะปลูกตามหลักจีเอพี กะเพราของเราปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค ตัวผมและภรรยา รวมทั้งคนงานก็ไม่ต้องเสี่ยงกับการเจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ ยังได้รับคำแนะนำให้ปลูกกะเพราป่าที่มีความหอมกว่ากะเพราพันธุ์อื่น โดยมีบริษัทมารับซื้อผลผลิตในราคาประกันที่เป็นธรรมกับเกษตรกร จึงทำให้ผมมีรายได้มั่นคง จัดการบัญชีก็ง่ายขึ้น รู้รายรับรายจ่ายแต่ละวันได้ทันที”

“ผมปลูกกะเพราป่าส่งขายได้สัปดาห์ละ 700 กิโลกรัม รวมกับกะเพราเกษตร และโหระพา หักต้นทุนแล้วมีกำไรประมาณเดือนละ 4-5 หมื่นบาท ที่สำคัญคือทุกอย่างรอบตัวดีขึ้นทั้งคุณภาพชีวิตที่สามารถส่งลูกเรียนหนังสือสูง ๆ และยังส่งไปถึงผู้บริโภคได้กินอาหารปลอดภัยอีกด้วย”

“วาสนา เปรียเวียง”เกษตรกรอีกหนึ่งรายที่ตัดสินใจทิ้งอาชีพพนักงานบริษัท เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับสามี และลูก ๆ รวมทั้งสานต่ออาชีพเกษตรกรของพ่อแม่ โดยได้เข้าร่วมโครงการเรียนรู้คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืน เมื่อปีที่ผ่านมา และเลือกนำความรู้ที่ได้รับมาทำเกษตรกรรมปลอดภัยแบบผสมผสาน

“แปลงของเราปลูกพืชหลายชนิด ทั้งกะเพราป่า กะเพราเกษตร ยอดมะรุม ใบชะพลู ใบบัวบก และผลไม้ เพื่อลดการพึ่งพาพืชตัวใดตัวหนึ่ง และมีการรวมกลุ่มกับเกษตรกรละแวกเดียวกันในนามวิสาหกิจปลูกผักปลอดภัย เพื่อช่วยเหลือกันเรื่องราคาสินค้าที่ไม่แน่นอน และหาวิธีสร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น”

“การเข้าร่วมโครงการช่วยให้เราทันต่อความเปลี่ยนแปลง เวลาเกิดปัญหาจะมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือให้คำแนะนำ เช่น ในช่วงที่เกิดโรคระบาด หรือการปรับปรุงให้สินค้าไม่มีปัญหาก่อนจัดส่ง ตอนนี้สามารถปลูกกะเพราป่าขายได้สัปดาห์ละ 200 กว่ากิโลกรัม รวมกับพืชตัวอื่นด้วยก็มีรายได้ตกเดือนละ 30,000 บาท เป็นรายได้ที่มั่นคงขึ้น และมีความสุขที่มีเวลาให้ครอบครัวตามที่เราฝันไว้”

ทั้งนั้น โครงการนี้เป็น 1 ใน 38 โครงการซีพีเพื่อชุมชนยั่งยืน ซึ่งได้รับรางวัล “ซีพี…เพื่อความยั่งยืน” ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องโครงการเพื่อสังคมดีเด่น สร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน และสังคม

นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ขอความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงพื้นที่สำรวจผลผลิตสินค้าเกษตร และร่วมประเมินสถานการณ์ผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรครึ่งปีหลัง 2560 เพราะเกรงว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจภาคเกษตร (จีดีพี) เติบโตลดลงกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 2.5-3.5% จากปี 2559 เพราะที่ประเมินไว้อาจมีความคลาดเคลื่อน จนอาจส่งผลให้การประเมินผิดพลาด จึงไม่สามารถประกาศจีดีพีครึ่งปีหลังได้