SERVICE

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2560 รับสมัครวันที่ 22-28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ใน 56 กลุ่มวิชา มีอัตราว่างบรรจุได้ 4,680 อัตรา ดังนี้ พื้นที่ปกติ 4,527 อัตรา แบ่งเป็นคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) 4,345 อัตรา

และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) 182 อัตรา และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) 153 อัตรา แบ่งเป็น กศจ. 136 อัตรา และ สศศ. 17 อัตรานั้น ภายหลังปิดรับสมัครมียอดผู้สมัครทั้งสิ้น 19,198 คน ดังนี้ พื้นที่ปกติ 17,983 คน แบ่งเป็น กศจ. 17,505 คน และ สศศ. 478 คน และพื้นที่ จชต. 1,215 คน แบ่งเป็น กศจ. 1,171 คน และ สศศ. 44 คน โดยจังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา 1,044 คน จ.สกลนคร 783 คน จ.บุรีรัมย์ 756 คน จ.อุบลราชธานี 707 คน จ.สุรินทร์ 683 คน ส่วนวิชาเอกที่มีผู้สมัครมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ 3,079 คน สังคมศึกษา 2,611 คน วิทยาศาสตร์ 2,012 คน ปฐมวัย 1,803 คน ภาษาอังกฤษ 1,612 คน พลศึกษา 1,510 คน คณิตศาสตร์ 1,228 คน วิทยาศาสตร์ทั่วไป 878 คนภาษาไทย 769 คน และประถมศึกษา 411 คน

นายบุญรักษ์กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้สมัครในแต่ละสาขาวิชาเอก มีดังนี้ ภาษาไทย สมัคร 769 คน ว่าง 692 อัตรา ภาษาอังกฤษ สมัคร 1,612 คน ว่าง 475 อัตรา ภาษาจีน สมัคร 195 คน ว่าง 74 อัตรา ภาษาญี่ปุ่น สมัคร 28 คน ว่าง 24 อัตรา ภาษาฝรั่งเศส สมัคร 5 คน ว่าง 5 อัตรา ภาษาเยอรมัน สมัคร 1 คน ว่าง 1 อัตรา คณิตศาสตร์ สมัคร 1,228 คน ว่าง 561 อัตรา วิทยาศาสตร์ สมัคร 2,012 คน ว่าง 181 อัตรา วิทยาศาสตร์ทั่วไป สมัคร 878 คน ว่าง 118 อัตรา เคมี สมัคร 76 คน ว่าง 29 อัตรา ชีววิทยา สมัคร 105 คน ว่าง 19 อัตรา ฟิสิกส์ สมัคร 73 คน ว่าง 29 อัตรา สังคมศึกษา สมัคร 2,611 คน ว่าง 431 อัตรา สุขศึกษาและพลศึกษา สมัคร 13 คน ว่าง 4 อัตรา พลศึกษา สมัคร 1,510 คน ว่าง 241 อัตรา สุขศึกษา สมัคร 132 คน ว่าง 23 อัตรา ศิลปศึกษา สมัคร 235 คน ว่าง 93 อัตรา จิตรกรรม สมัคร 1 คน ว่าง 1 อัตรา ทัศนศิลป์ สมัคร 16 คน ว่าง 15 อัตรา นาฏศิลป์ สมัคร 281 คน ว่าง 120 อัตรา ดนตรี สมัคร 61 คน ว่าง 19 อัตรา

ดนตรีศึกษา สมัคร 129 คน ว่าง 51 อัตรา ดนตรีสากล สมัคร 83 คน ว่าง 46 อัตรา ดนตรีไทย สมัคร 101 คน ว่าง 42 อัตรา ดนตรีพื้นเมือง สมัคร 9 คน ว่าง 3 อัตรา ดุริยางคศิลป์ สมัคร 12 คน ว่าง 6 อัตรา อุตสาหกรรมศิลป์ สมัคร 196 คน ว่าง 36 อัตรา อุตสาหกรรมศิลป์ (ช่างไฟ) สมัคร 4 คน ว่าง 3 อัตรา อุตสาหกรรม สมัคร 44 คน ว่าง 6 อัตรา งานช่าง สมัคร 2 คน ว่าง 1 อัตรา เกษตรกรรม สมัคร 349 คน ว่าง 55 อัตรา คหกรรม สมัคร 198 คน ว่าง 48 อัตรา การเงิน/บัญชี สมัคร 244 คน ว่าง 45 อัตรา การเงินการธนาคาร สมัคร 1 คน ว่าง 1 คน บริหารธุรกิจ สมัคร 127 คน ว่าง 8 อัตรา การจัดการทั่วไป สมัคร 31 คน ว่าง 2 อัตรา การตลาด สมัคร 10 คน ว่าง 2 อัตรา คอมพิวเตอร์ สมัคร 3,079 คน ว่าง 203 อัตรา วิทยาการคอมพิวเตอร์ สมัคร 11 คน ว่าง 1 อัตรา การท่องเที่ยวและการโรงแรม สมัคร 2 คน ว่าง 1 อัตรา

ปฐมวัย สมัคร 1,803 คน ว่าง 600 อัตรา ประถมศึกษา สมัคร 411 คน ว่าง 200 อัตรา เทคโนโลยีทางการศึกษา สมัคร 118 คน ว่าง 22 อัตรา วัดและประเมินผลการศึกษา สมัคร 16 คน ว่าง 5 อัตรา จิตวิทยาและการแนะแนว สมัคร 58 คน ว่าง 28 อัตรา จิตวิทยา สมัคร 0 คน ว่าง 1 อัตรา แนะแนว สมัคร 39 คน ว่าง 26 อัตรา บรรณารักษ์ สมัคร 95 คน ว่าง 33 อัตรา โสตทัศนศึกษา สมัคร 7 คน ว่าง 3 อัตรา การศึกษาพิเศษ สมัคร 113 คน ว่าง 23 อัตรา กายภาพบำบัด สมัคร 8 คน ว่าง 5 อัตรา กิจกรรมบำบัด สมัคร 17 คน ว่าง 5 อัตรา หูหนวกศึกษา สมัคร 9 คน ว่าง 2 อัตรา ทางสังคมศาสตร์ สมัคร 25 คน ว่าง 10 อัตรา นิเทศศาสตร์ (การประชาสัมพันธ์) สมัคร 4 คน ว่าง 1 อัตรา และสัตวศาสตร์ สมัคร 1 คน ว่าง 1 อัตรา

“ทั้งนี้ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกภายในวันที่ 1 ธันวาคม ประเมินประวัติและผลงาน วันที่ 4-15 ธันวาคม สอบข้อเขียนภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง วันที่ 16 ธันวาคม สอบสัมภาษณ์ วันที่ 17 ธันวาคม และประกาศผลการคัดเลือกวันที่ 22 ธันวาคม” นายบุญรักษ์กล่าว

นายปฏิเวช สันตะวานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส ผู้บริหารประสานงาน ธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขยาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปี 2561 เติบโตประมาณ 7-8% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีขึ้น โดยธนาคารจะเน้นการปล่อยสินเชื่อแยกตามรายภูมิภาค และเจาะกลุ่มพื้นที่ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งได้มีการตั้งทีมสำหรับดูแลลูกค้าขึ้นมาโดยเฉพาะ และจะทำเช่นเดียวกันในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อดึงคนในพื้นที่และคนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทำงาน เพื่อนำเสนอรูปแบบสินเชื่อที่ตรงกับความต้องการทั้งสินเชื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐ สินเชื่อธุรกิจคลังจัดเก็บสินค้า สินเชื่อโลจิสติกส์ รวมทั้งจะเน้นให้สินเชื่อธุรกิจที่ทำระบบบัญชีเดียว และจะสนับสนุนระบบการชำระงานผ่านคิวอาร์โค้ดด้วย

“คาดว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้เติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 6-7% เนื่องจากผู้ประกอบยังไม่เชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ธนาคารก็จะยังคงผลักดันสินเชื่อในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ให้เติบโตใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้” นายปฏิเวชกล่าว

นายปฏิเวชกล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สมัคร GClub ของธุรกิจเอสเอ็มอียังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งทางการเงินน้อย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มียอดขายไม่เกิน 200 ล้านบาท ซึ่งธนาคารพยายามให้ความช่วยเหลือ ทั้งการปรับโครงสร้าง ขยายเวลาชำระหนี้ให้ แม้ว่าอาจจะมีกลุ่มที่ช่วยเหลือไปแล้ว กลับมาเป็นหนี้เสียอีกก็ยังพยายามให้ความช่วยเหลือต่อไป ตราบใดที่ยังมีการทำธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มที่ไม่ซื่อสัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ธันวาคม 2560) เวลา 11.30 น. นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลหนังสืออุดรธานี ครั้งที่ 4 ความทรงจำ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2560 ที่ห้องอุดรธานีฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี

นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี เปิดเผยว่า เทศบาลนครอุดรธานี ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการอ่านหนังสือให้เกิดขึ้นในสังคม ได้ร่วมกันวางแผนรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่านตั้งแต่เยาว์วัยอย่างต่อเนื่องทุกปี

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สังคมได้เห็นถึงความสำคัญของการอ่าน และอ่านหนังสือมากขึ้น จึงได้กำหนดการจัดงานเทศกาลหนังสืออุดรธานี ครั้งที่ 4 หรือ UDON Book Festival 2017 ภายใต้คอนเซ็ปต์ในการจัดงานที่ว่าความทรงจำ ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. ณ บริเวณชั้น 4 ห้องอุดรธานีฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี

โดยภายในงาน มีการจัดนิทรรศการกิจกรรมต่างๆ มากมาย ได้แก่ นิทรรศการความทรงจำ, เวิร์คช็อปภาพพิมพ์ความทรงจำในหลวงรัชกาลที่ 9, กิจกรรม DIY, งานศิลปหัตถกรรม, เกมส์วิทยาศาสตร์ และนิทรรศการห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี รวมถึงมีบูธโครงการ 1 อ่าน ล้านตื่น/ บุรุษไปรษณีย์, กิจกรรม Book Talk หนังสือ พาไป อีกทั้งกิจกรรมเปิดเวทีแชร์ความประทับใจจากหนังสือที่ชื่นชอบจากเยาวชนนักอ่านในจังหวัดอุดรธานี, จิบกาแฟ อ่านหนังสือ เพลิดเพลินกับบรรยากาศห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครอุดรธานี By Beyond Café, กิจกรรมการประกวด UDON Book Festival Cosplay Contest 2018 ซึ่งในงานมีบูธจำหน่ายหนังสือในราคาพิเศษจากสำนักพิมพ์โดยตรงกว่า 200 บูธ

นอกจากนี้ยังได้พบกับนักเขียนชื่อดัง อาทิ เกรียงไกร เจิมแพทย์จรรยา, ธีรนัย โสตถิปิณฑะ, อาจารย์เปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป, ขวัญชัย สันติสุขคงชัย, คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์, วรรณธนวรรณ จันทรจนา, รัชดาพร จุลละนันทน์, อณฎณ เชื้อไทย, ยศไกร ส.ตันสกุล, อาจวรงค์ จันทมาศ, แทนไท ประเสริฐกุล, พันตรีหญิง ดร.พรรณพะงา จุฬานนท์, ณัฐพงษ์ ศุภวารี, ทอม คำไทย, พิญญ์ ภูวเศรษฐาวร, ฉัตรระวี, กุดจี่, พัชรศรี เบญจมาศ และหนุ่มเมืองจันท์

รวมถึงยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่มาร่วมงานลงทะเบียน รับหนังสือหายาก พระราชนิพนธ์ชิ้นแรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีจำนวนจำกัด และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่มาซื้อหนังสือภายในงาน ครบ 500 บาทขึ้นไป รับส่วนลดทันที 50 บาท

“ในการจัดงานเทศกาลหนังสืออุดรธานี ครั้งที่ 4 เทศบาลนครอุดรธานี และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย คาดหวังว่าประชาชนในท้องถิ่นมีความรู้และภูมิปัญญาเพิ่มมากขึ้น เกิดกระแสการสร้างสังคมแห่งการอ่านและการเรียนรู้ และคาดว่ามีประชาชนและผู้สนใจเข้าชมงานและร่วมกิจกรรมภายในงานไม่น้อยกว่า 100,000 คน ตลอดระยะเวลา 10 วัน”

กาฬสินธุ์ – นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่าปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมองถือเป็นปัญหาสำคัญของหลายๆ ประเทศ จากสถิติทั่วโลกมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง 5.5 ล้านรายต่อปี ส่วนประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉลี่ยร้อยละ 2 โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 100 คน เฉลี่ยเสียชีวิต 5 ราย พิการ 70 คน พิการทางร่างกายแล้ว พบว่าความจำเสื่อมในภายหลัง เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเพิ่มขึ้น โรคหลอดเลือดสมองนั้นป้องกันได้ หากประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ปฏิบัติตัวป้องกันออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีปัจจัยเสี่ยง

ด้าน จังหวัดลำปาง นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เผยว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองเป็นอันดับ 3 รองจากโรคหัวใจและมะเร็ง จังหวัดลำปางปี 2559-2560 พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอัตรา 1,128.57 และ 1,281.97 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ ใน 1 วัน จะพบว่าประชาชนในจังหวัดลำปางเป็นโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่ 5 คน และเสียชีวิต 3 ราย ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม เช่น กินอาหารหวานจัด เค็มจัด มันจัด ไม่กินผักผลไม้ สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่ออกกำลังกายและเครียด เมื่อมีพฤติกรรมเสี่ยงข้างต้นเป็นเวลานานๆ จะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตามมา อย่างไรก็ตาม ป้องกันได้ถึงร้อยละ 90 ถ้ามีความเข้าใจในการปฏิบัติตน

ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองโรงพยาบาลศิริราช และหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมเชิงรุกสู่ชุมชนภายใต้แนวคิด “โรคหลอดเลือดสมอง รู้จัก รักษาได้ ป้องกันได้”

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการรณรงค์การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและวิธีการกำจัดบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรอย่างถูกต้องปลอดภัย ระหว่าง กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ สมาคมอารักขาพืชไทย เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจ นำไปใช้ในการประกอบอาชีพโดยเฉพาะในเรื่องภาชนะบรรจุภัณฑ์สารเคมีเกษตร ที่เดิมไม่ค่อยมีการพูดถึงทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งถ้าหากบริหารจัดการไม่ดี จะทำให้เกิดปัญหาปนเปื้อนในผลผลิต และสิ่งแวดล้อม ทั้งในดินและน้ำโดยเฉพาะในพื้นที่สูง ซึ่งมีการใช้สารเคมีเกษตรกันมากถ้าดำเนินการกำจัดบรรจุภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง

นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางความร่วมมือนั้น เป็นผู้สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการใช้สารเคมี การจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรให้หน่วยงานที่ร่วมโครงการ
เพื่อนำไปอบรมวิทยากรและเกษตรกร ส่วนสมาคมอารักขาพืชไทย เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ ติดอาวุธให้บุคลากรของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อนำไปเผยแพร่รวมทั้งจัดทำแผนดำเนินงานร่วมกัน

โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้จัดอบรมพร้อมทั้งประเมินผลการยอมรับของเกษตรกร ทั้งนี้ สิ่งที่จะทำให้การรณรงค์ประสบความสำเร็จจูงใจเกษตรกร ให้เข้าร่วมโครงการได้ คือการผลิตพืชที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งผลจากการที่เกษตรกรนำความรู้ซึ่งได้จากการรณรงค์ไปปรับใช้ปัจจัยการผลิตได้เหมาะสมถูกต้อง ช่วยลดค่าใช้จ่าย ตัวเกษตรกรมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น ส่งผลให้ความสนใจการรณรงค์ให้ความรู้ต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“สมาคมอารักขาพืช ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการทำการเกษตรปลอดภัย จึงได้มอบอุปกรณ์ชุดป้องกันการฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช จำนวน 200 ชุด เพื่อรณรงค์ให้เกษตรกร ใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะนำไปมอบให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรปลอดภัย ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ทั่วประเทศ ” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ธ.ค. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ พร้อมด้วยรมช.เกษตรฯ ทั้ง 2 คน คือ นายลักษณ์ วจนานวัช และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง

นายกฤษฎา กล่าวว่า การเข้ามาทำงานจะไม่ปรับฮวงจุ้ยหรือเปลี่ยนแปลงที่ทำงาน เพราะการได้เป็นรัฐมนตรีตำแหน่งนี้ถือว่าดีที่สุด เดินทางเข้ามาไม่มีของขลังหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงหลวงพ่อโสธรองค์เดียวที่ติดตัวมาตั้งแต่ทำงานตอนรับราชการครั้งแรกๆ แล้ว ส่วนตัวมีประสบการการทำงานกว่า 37 ปี รับราชการด้านการปกครองมาตลอด แต่ช่วง 3 ปีสุดท้ายร่วมงานกับกระทรวงเกษตรฯ เมื่อเกิดฝนแล้งปี 59-60 ในโครงการปลูกพืชใช้น้ำน้อย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้คุ้นเคยในการทำงาน

การทำงานขอเวลาประมาณ 3 เดือนศึกษางานเดิมที่ดีอยู่แล้วเพื่อขับเคลื่อนต่อ ภายใต้เป้าหมายทำให้เกษตรกรมีความสุข ราคาผลผลิตด้านการเกษตรสูงกว่าต้นทุน ปี 2561 ชีวิตเกษตรกรจะดีขึ้น มีรายได้มากกว่ารายจ่าย ภายใต้เป้าหมายในการทำงานคือต้องการดูแลเกษตรกรให้เดือดร้อนน้อยสุด ในเรื่องการทำการเกษตรแล้วขายไม่ได้ ราคาตกต่ำ

การรับตำแหน่งครั้งนี้โชคดีที่มีรัฐมนตรีช่วย 2 คน นายลักษณ์ มีประสบการเกี่ยวกับการผลิตจะดูแลกรมผลิต การตลาดและเรื่องสหกรณ์ ส่วนนายวิวัฒน์ มีประสบการณ์สาขาเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง จะดูกรมเกี่ยวกับการส่งเสริม ดูแลเรื่องการน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาสู่เกษตรกรเพื่อเป็นหลักในการปฎิบัติงานและการดำเนินวิถีชีวิต

เมื่อถามจะทำอย่างไรไม่ให้ราคาผลผลิตด้านการเกษตร อาทิ ยางพารา ข้าว ปาล์ม ถูกใช้เป้นเครื่องมือการเมือง ใช้เคลื่อนไหวมาทุกยุคสมัย นายกฤษฎา กล่าวว่า “ยืนยันการเข้ารับเก้าอี้รัฐมตรีเกษตรครั้งนี้จะเข้ามาดูแลราคาผลผลิตด้านการเกษตร ให้ราคาไม่ต่ำกว่าต้นทุน มีเป้าหมายดูแลให้เกษตรกรมีความสุข โดยจะไม่โยนอะไรที่อยู่ในภาคการเกษตรให้ไปอยู่ในภาคการเมือง ตอนนี้อะไรเป็นภาคเกษตรจะเข้ามาแก้ปัญหา หวังให้สัมฤทธิ์ผล จะพยายามทำให้เกิดความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่ลงทุนสูงแต่ผลที่ได้ต่ำ อะไรที่รายได้หรือราคาตกต่ำจะไม่ให้เกิดจากการกดราคา แต่จะหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อไม่ให้ผลผลิตกับราคาสอดคล้องและเป็นไปตามกลไกตลาด”

นายกฤษฎา กล่าวว่า การดำเนินงานช่วง 3 เดือนแรกที่จะทำอันดับแรกคือดูมาตรการของกระทรวงเกษตรฯที่ออกไปว่าได้ผลหรือไม่ เพื่อนำมาขยายผลให้มากขึ้น ส่วนนโยบายไหนที่ยังมีช่องโหว่จะเร่งปรับปรุง รวมทั้งเรื่องปัญหายางพาราที่ค้างสต๊อก 100,000 กว่าตัน การประชุมครม.ที่จ.สงขลา มีมติให้เร่งแก้ไขปัญหาภายใน 3 เดือน โดยให้นำยางพาราในสต๊อกไปใช้ในหน่วยงานราชการ โดยไม่นำยางที่ค้างสต๊อกมาขายแข่งในตลาดแน่นอน

ส่วนเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ภายใน 1 ปี ถ้ากระทรวงเกษตรฯ ลงไปแนะนำเกษตรกรหรือสนับสุนนให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดใดต้องขายได้ ไม่ล้นตลาด และมีผู้ซื้อชัดเจน ราคาซื้อสูงกว่าต้นทุนการผลิต ถ้าไม่มีปัจจัยต่างๆ ที่นอกเหนือการควบคุม อาทิ ภาวะแห้งแล้ง โรคระบาด เกิดสงคราม เป็นต้น ปีหน้าสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรก็ดีขึ้น

“วันนี้ตนไม่อยากพูดมากเพราะชี้แจงไปก็เหมือนการคุยโอ้อวด ขอให้มั่นใจว่าทั้ง 3 คน จะเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกร ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังตรวจสอบได้แน่นอน 3 เดือนแรกจะทำงานร่วมกับข้าราชการทั้งหมด 14 กรม และจะเห็นผลว่ามีอะไรที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งถ้านโยบายอะไรที่มันไม่ดีหรือมีข้อด้อยก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไขโดยรับฟังเสียงจากประชาชนด้วย ตนจะไม่รื้อนโยบายเก่า ไม่อย่างนั้นเปลี่ยนรัฐมนตรีทีก็เปลี่ยนนโยบายที และจะรายงานผลการทำงานทุก 3 เดือน”